รบ.แก้เกมถูกแทรกแซง ร่อน นส.แจงองค์การสากลร่วมประณามกองกำลังติดอาวุธ-ล่าอาชญากรข้ามชาติ

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1274183502&grpid=00&catid=

รัฐบาลร่อนหนังสือถึงยูเอ็น-ยูเอ็นเอชซีอาร์-อาเซียนให้ประณามกองกำลังติดอาวุธในไทย พร้อมจี้ส่งตัวอาชญากรข้ามชาติ ใช้ต่างประเทศ เป็นฐานสั่งการให้เกิดความรุนแรง“ปณิธาน” อ้างอาเซียนนัดประชุมประกาศจุดยืน รบ.

 ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร. 11 รอ.) นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 18 พฤษภาคม ว่า ขณะนี้มีความพยายามจากบางฝ่ายในการให้องค์กรระหว่างประเทศเข้ามาแทรกแซง หรือมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาทางการเมืองของไทย ซึ่งภายใน 2-3 วันนี้จะมีกลุ่มคนต่างๆ เดินทางไปร้องเรียนองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะของนานาประเทศ แต่ยืนยันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่คนไทยจัดการเองได้ โดยล่าสุดรัฐบาลได้ทำจดหมายถึงหลายองค์กร อาทิ องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ประเทศสมาชิกอาเซียน และมิตรประเทศ ฯลฯ เพื่อชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในไทย และเล่าถึงความพยายามในการปฏิบัติการกระชับวงล้อม การดูแลรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่ชุมนุม แต่ถูกต่อต้านอย่างหนักจากกองกำลังติดอาวุธ
นายปณิธานกล่าวว่า นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือจากองค์กรเหล่านี้ในหลายเรื่องคือ
1. ให้ช่วยประณามการติดอาวุธของกองกำลังบริเวณพื้นที่การชุมนุม ซึ่งมีหลักฐานปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว
 2. ให้ช่วยประณามการข่มขู่และคุกคามแพทย์และบุคลากรด้านสาธารณสุข รวมถึงสื่อมวลชนที่เข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่ เนื่องจากคนเหล่านี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง
3. ให้กดดันให้แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมเปิดโอกาสให้เด็ก สตรี คนชรา และผู้ป่วยออกนอกพื้นที่ไม่ปลอดภัย ทั้งบริเวณราชประสงค์และพื้นที่อื่นๆ ซึ่งหวังว่าวิธีการกดดันจากนานาชาติจะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายลงได้
“เรายังขอความร่วมมือจากนานาชาติให้ดำเนินการตามพันธะกรณี ข้อผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศ จริยธรรมระหว่างประเทศ ในการติดตามขบวนการอาชญากรข้ามชาติทั้งที่พำนักอยู่ในไทยและต่างประเทศ และไปใช้ประเทศต่างๆ เป็นฐานโจมตี บังคับบัญชา และสั่งการให้เกิดความรุนแรงขึ้นในไทย เราเข้าใจว่า ทุกประเทศมีอธิปไตย แต่มันมีกลุ่มคนที่ออกมาเคลื่อนไหว และเดินทางเข้าๆ ออกๆ ในหลายประเทศ โดยที่คนเหล่านี้ถูกศาลไทยออกหมายจับ ซึ่งมีหลายเครือข่ายทั้งเครือข่ายล้มสถาบัน เครือข่ายที่พบความผิดปกติของเส้นทางการเงิน” นายปณิธานกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า รายชื่อบุคคลที่อยู่ในหนังสือที่รัฐบาลไทยทำถึงองค์กรระหว่างประเทศใช่รายชื่อที่ปรากฏในผังโครงข่ายล้มสถาบัน และรายชื่อบุคคล 106 คนที่ห้ามทำธุรกรรมทางการเงินใช่หรือไม่ นายปณิธานปฏิเสธจะตอบคำถาม โดยได้แต่เดินเลี่ยงไป เมื่อถามว่า แต่มีชื่อของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกiy{,o9iu แน่ๆ ใช่หรือไม่ นายปณิธานไม่ยอมตอบคำถามเช่นกัน

ส่วนกรณีที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซียทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเวียดนามในฐานะประเทศอาเซียน เพื่อเรียกร้องให้มีการจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนสมัยพิเศษ เพื่อออกแถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงในประเทศไทยนั้น นายปณิธานกล่าวว่า เข้าใจว่ามิตรประเทศกังวลและเป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในไทย และต้องการแสดงจุดยืนเรื่องการสนับสนุนแนวทางในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลไทย ซึ่งสาเหตุที่ต้องเชิญสมาชิกอาเซียนมาประชุมก็เพื่อแสดงออกอย่างเป็นเอกภาพว่าสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศสนับสนุนแนวทางรัฐบาลไทย อย่างสมัยที่ไทยเป็นประธานอาเซียนก็เคยดำเนินการเช่นนี้มาก่อน อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดวันหารือของประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างเป็นทางการ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีสัญญาณอะไรว่าอาเซียนจะประชุมกันเพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนแนวทางรัฐบาลไทย นายปณิธานกล่าวว่า เนื้อหาในจดหมายที่ประธานาธิบดีมีข้อความที่ชัดเจนว่าให้การสนับสนุนแนวทางของรัฐบาล

ด้านนายชวนนท์  อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ในประเทศไทยที่มีความพยายามทำให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง โดยนำเอาการเสียชีวิตของประชาชนไปเป็นข้ออ้างในเวทีโลกนั้น มีผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุด คือ พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร อดีต นายกรัฐมนตรีซึ่งได้แสดงออกแล้วว่ าต้องการให้สหประชาชาติ(ยูเอ็น)หรือนานาชาติ เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทย แต่ความพยายามดังกล่าวจะไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะไทยยังห่างไกลความเป็นรัฐล้มเหลว เนื่องจาก กฎหมายยังมีผลบังคับใช้ มีการจับกุมผู้กระทำความผิด และดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง รัฐบาลก็ดำเนินการปราบการจลาจลภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยมีคำสั่งศาลแพ่งรองรับ จึงไม่มีเหตุผลที่ต่างประเทศจะเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทย

 
“นอกจากนี้เรายังได้รับรายงานว่า มีกลุ่มนักวิชาการบางกลุ่มจะเดินทางไปที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อหยิบยกปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศไทยว่าจะนำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์  และจะไปร้องต่อสำนักงานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่นคราเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เพื่อนำข้อมูลไปร้องเรียนว่ารัฐบาลไทยมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งกระทรวงฯได้สั่งให้เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยที่ประจำองค์กร 2 แห่งนี้ เตรียมคำชี้แจงแล้ว โดยมั่นใจว่าไม่มีปัญหา เพราะรัฐบาลไทยดำเนินการทุกอย่างภายใต้กรอบของกฎหมาย” นายชวนนท์ กล่าว

ข้อมูลโดย มติชนออนไลน์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: