“อภิสิทธิ์” ต่อสายตรงประธานวุฒิ ย้ำจุดยืนเดิม นปช.ต้องสลายการชุมนุม ยุติโจมตี จนท.ถึงเปิดโต๊ะเจรจา

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1274170413&grpid=00&catid=

เวลา 16.20 น. วันที่ 17 พ.ค. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าว ว่า ขอถือโอกาสชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ในบางประเด็นว่าหลังจากนี้ในช่วงเย็น จะมีการออกอากาศชี้แจงกับประชาชนถึงรายละเอียดในการปฏิบัติงาน
เรื่องที่ขอชี้แจง คือประเด็นที่มีกลุ่ม ส.ว.โดยประธานวุฒิสภา (นายประสพสุข บุญเดช) ได้มีการเสนอตัวเป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายผู้ชุมนุม แนวทางเจรจานั้นเป็นแนวทางที่ดำเนินการในแนวทางนี้มาตลอด และการเจรจาและแผนปรองดองก็ถูกปฏิเสธ โดยเฉพาะมีความชัดเจนว่าสั่งการจากคนที่อยู่ต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ในแนวทางเจรจาฝ่ายรัฐบาลก็ให้ความสำคัญ โดยนายกฯ ได้โทรศัพท์ไปยังประธานวุฒิ โดยได้ขอบคุณที่เสนอตัวเข้ามาเป็นผู้ที่จะทำให้สถานการณ์คลี่คลาย แต่ก็ได้แสดงให้เห็นว่า จุดยืนรัฐบาลเป็นอย่างไร แต่สถานการณ์ก็ได้บานปลายไป โดยมีกลุ่มมวลชนใช้ความรุนแรง ใช้อาวุธสงครามในการทำความรุนแรงจนกระทบประชาชนในมุมกว้าง

รัฐบาลจึงชี้แจงว่าสถานการณ์จะยุติลงได้ต่อเมื่อเหตุการณ์ต่างๆ สงบ จึงจะสามารถพูดคุยเจรจา ซึ่งรัฐบาลได้เสนอไปก่อนหน้านี้ นายกฯ ยังได้ฝากประธานวุฒิว่าในเมื่อประสานงานกับ นปช. ก็ฝากว่า จะทำอย่างไรให้ยุติมวลชนที่ดำเนินการรุนแรง และโจมตีเจ้าหน้าที่ให้หยุดกระทำการ นี่คือสิ่งที่นายกฯ และรัฐบาลเรียนประธานวุฒิสภา ซึ่งได้รับทราบในแนวทางเหล่านี้ ทางรัฐบาลและ ศอฉ.ว่า รัฐบาลประสงค์คืนความปกติสุขให้สังคม แต่สถานการณ์ขณะนี้บานปลายแนวทางเดียวที่จะดีคือยุติชุมนุม
ด้าน นายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ขอเรียนให้รับทราบว่า ครม.ได้ปรึกษาหารือถึงสถานกาณณ์ที่เกี่ยวข้อง และมีมติยืนยันว่ารัฐบาลจะเดินหน้าแผนปรองดองใน 5 แนวทางตามที่เคยมีมา และได้รับการตอบสนองต่อนานาชาติ ซึ่งก็เห็นด้วยกับรัฐบาลว่าเหมาะสมแล้ว และยังเปิดโอกาสสื่อไทยและเทศได้ตรวจสอบการทำงานกับรัฐบาล โดยรัฐบาลยินดีเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ครม.มีความเห็นให้รัฐบาลไทยเดินหน้าแผนปรองดอง แม้จะน่าเสียใจว่าแผนนี้ยังไม่ได้รับการตอบรับจาก นปช. แต่รัฐบาลก็จะยึดมั่นไปกับแผนปรองดอง ซึ่งมีหลายอย่างที่ได้เดินหน้าไปแล้ว นานาชาติเองก็เห็นว่าคำตอบของรัฐบาลไทยมีความครบถ้วนรอกลุ่ม นปช.ร่วมด้วยเท่านั้น
ส่วนการแก้ปัญหาที่ราชประสงค์ ทาง ศอฉ.ได้รับทราบอย่าเงป็นทางการ และผู้แทนจาก ศอฉ.จะได้รายงานกับประชาชนถึงแนวทางอีกครั้งในช่วงเย็น และอีกหลายพื้นที่ สำหรับราชปะรสงค์ก็มีแนวทางชัดเจนในการดำเนินการปิดล้อม คัดกรองกิจกรรมต่างๆ ที่กระทบกับความมั่นคงออกไปอยู่บนหลักการที่ชัดเจนคือหลีกเลี่ยงความสูญเสีย แม้จะมีความสูญเสียก็ต้องให้เหลือน้อยที่สุดและระมัดระวัง ในการตั้งด่านและกระชับวงล้อมก็ถูกต่อต้านจากกลุ่มติดอาวุธ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังเข้าไม่ถึงทั้งหมด แต่การเข้าคุมราชประสงค์ ไม่มีปัญหาเท่าไหร่ ในพื้นที่เองสถานกาณ์ก็ปกติ และผู้ร่วมชุมนุมน้อยลงตามลำดับ แม้จะมีปัญหาบ้างในแง่ความตึงเครียด แต่พื้นที่ราชประสงค์ เป็นจุดที่ ศอฉ.ก็จะแก้ไขปัญหาได้ตามลำดับ นอกจากนี้ ผู้แทน ศอฉ.รายงาน ครม.ให้ทราบว่ามีพลแม่นปืน และมีคนติดอาวุธ เอาไว้ทำร้ายประชาชน สื่อ และผู้แทนของหน่วยงานแพทย์และอนามัย การเข้าไปปิดเส้นทางเหล่านั้นถูกสกัดกั้นและต้องใช้เวลา
ประการต่อมา เกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชนที่ติดในพื้นที่ดังกล่าว ในช่วงแรกการเข้าไปในพื้นที่ทำได้ยาก การเข้าไปได้รับการต่อต้าน รวมทั้งการก่อการในการจราจลวันนี้ความพยาามเข้าพื้นที่ดีขึ้นมาก กาชาดนำเสบียงอาหารและอาหารกล่องเข้าไป ขณะนี้มีการประสานงานและเปิดเส้นทางเข้าไปช่วยประชาชนที่เดือดร้อน พร้อมกับนำประชาชนออกมา เบื้องต้นขอให้อยู่กับเพื่อที่ที่ปลอดภัยเลี่ยงจุดปะทะไปก่อน ขณะนี้เรื่องสำคัญคือการเข้าไปบรรเทาสาธารณภัยถูกต่อต้านอย่างแรง ทำให้กิดการปล้นสะดมภ์ โดยศอฉ.มอบหมายให้เจ้าหน้าที่จากโรงพักต่างๆ เข้าไปดูแลพื้นที่ระงับการปล้นสะดมภ์  เช่นการทยอยนำยางรถยนต์เข้าไป ซึ่งตรงจุดนี้แนวทางของศาลก็ชัดเจนว่ามีบทลงโทษเต็มขั้น หวังว่าประชาชนจะได้รับการป้องกันดูแลจาก เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปในพื้นที่ได้มากขึ้น

เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 18 พฤษภาคม ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) พร้อมด้วย พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสนาธิการกองทัพบก ในฐานะกรรมการศอฉ.ได้ชี้แจงถึงการแก้ไขสถานการณ์ชุมนุมในที่ประชุมครม.โดยนายสุเทพระบุว่า ภายหลังโรดแมปปรองดองถูกล้มไป ศอฉ.จึงต้องใช้กำลังทหารเข้าปฏิบัติ โดยยึดหลักไม่ให้เกิดความสูญเสียหรือให้สูญเสียน้อยที่สุด โดยการดำเนินมาตรการกระชับวงล้อม เพื่อไม่ให้มีการนำอาหารและอาวุธสงครามเข้าไปในที่ชุมนุม พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ผู้ชุมนุมกลับบ้านโดยศอฉ.พร้อมอำนวยความสะดวกให้
นายศุภชัย กล่าวว่า ส่วนแนวทางแก้ปัญหาเด็ก สตรีและคนชราในที่ชุมนุม นายสุเทพชี้แจงว่าแม้บุคคลกลุ่มดังกล่าวจะเข้าไปอยู่ในวัดปทุมวนาราม แต่พื้นที่ดังกล่าวเป็นเพียงที่สำหรับพักพิง เมื่อถึงเวลาเด็ก สตรีและคนชราดังกล่าวก็จะกลับไปชุมนุมอีก ดังนั้นศอฉ.จะต้องแก้ปัญหาต่อไป เพราะบุคคลกลุ่มดังกล่าวถูกบิดเบือนข่าวสารจากแกนนำผู้ชุมนุมและขัดขวางไม่ให้ออกจากพื้นที่ ทั้งนี้ภายหลังประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินตามต่างจังหวัด ทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง แต่ขณะนี้ยังต้องเฝ้าระวัง ทั้งเรื่องการก่อวินาศกรรมและไม่ให้นำคนมาเติมในกทม.อีก โดยขณะนี้ตำรวจ ทหารและพลเรือนก็ได้พยายามทำความเข้าใจกับประชาชนแต่ละพื้นที่
“นายสุเทพยังชี้แจงถึงมาตรการกระชับวงล้มว่า เวลานี้ถือว่าได้ผลเป้นอย่างดี แต่เนื่องจากการตั้งด่านสกัดถูกขัดขวางโดยผู้ก่อการร้าย มีการซุ่มยิงจากที่สูงทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิตจำนวนมาก โดยข้อมูลจากข่าวกรองรายงานว่า คนเหล่านั้นมีจุดมุ่งหมายให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เพื่อจะได้ยกระดับการชุมนุมไปสู่ระดับสากล ทั้งนี้ผู้อำนวยการศอฉ.ได้ยืนยันว่า ตนได้ควบคุม กำกับ ดูแลเจ้าหน้าที่ตรวจเวลา ว่าให้มีวินัย เชื่อฟังคำสั่ง และยึดหลักไม่ทำร้ายประชาชน”
นายศุภชัย กล่าวว่า ด้านพล.ท.ดาว์พงษ์กล่าวต่อที่ประชุมคาม.ว่า เวลานี้มีช่องทางที่จะเข้าสู่ที่ประชุมได้ ทางทหารจึงต้องอุดรูรั่วทุกรูไม่ให้เข้าไปได้ ส่วนสาเหตุที่ไม่มีทหารเสียชีวิตเลยในช่วงเวลาที่ผ่านมา เนื่องจากได้วางกำลังห่างจากผู้ชุมนุม โดยใช้ประสบการณ์จากวันที่ 10 เม.ย.มาปรับใช้ ทำให้แม้มีการยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 มาเป็นร้อยนัด แต่ไม่มีทหารคนใดเสียชีวิต ส่วนสาเหตุที่มีผู้เสียชีวิต ไม่น่าจะเกิดจากทหารเพราะมีเส้นของการทำงานว่าแค่ไหนถึงจะยิงขู่ได้ แต่น่าจะเกิดจากผู้ก่อการร้ายที่ซุ่มตามตึกสูง ยืนยันว่าทหารทบทวนการปฏิบัติงานทุกวัน ซึ่งได้รับการยืนยันจากทุกหน่วยว่าปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้พล.ท.ดาว์พงษ์ยืนยันจะกระชับวงล้อมผู้ชุมนุมอย่างเข้มข้นต่อไป
“ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในที่ประชุมด้วยว่า สาเหตุที่ต้องใช้กำลังทหาร ก็เพื่อให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ความสงบสันติโดยเร็ว แม้เวลานี้มีองค์กรระหว่างประเทศบางองค์กร เช่น กาชาดสากล พยายามเข้ามาให้ความช่วยเหลือ แต่สิ่งที่เราต้องชี้แจงกลับไปคือการยุติชุมนุมจะเป็นสิ่งที่แก้ปัญหาได้ดีที่สุด การเข้ามาให้ความช่วยเหลือด้านอาหารจะเป็นการต่ออายุการชุมนุม ซึ่งไม่เป็นผลดีในระยะยาว โดยนายกฯได้ยืนยันว่าหลังการชุมนุมยุติแล้ว ถ้าจะให้มาพูดคุยให้เกิดความปรองดองก็ยินดี” นายศุภชัย กล่าว

ข้อมูลโดย มติชนออนไลน์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: