ศอฉ.ห้ามอีก37 เครือข่ายแม้ว หยุดธุรกรรมเงิน

http://www.thairath.co.th/content/pol/83823

ศอฉ. สั่งห้ามอีก 37 รายชื่อ เครือข่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำธุรกรรมทางการเงิน …

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่าศูนย์อำนวยการร่วมกรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) กรมสรรพากร และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้จัดเจ้าหน้าที่ 25 นาย เข้าไปยังกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เพื่อตั้งโต๊ะรับการติดต่อจากสถาบันการเงิน นิติบุคคลและบุคคล 106 ราย ที่ถูกห้ามไม่ให้ทำธุรกรรมการเงินตามคำสั่ง ศอฉ.โดยในวันแรกมีการโทรศัพท์สอบถามเข้ามามาก ทั้งบุคคลที่ถูกห้ามทำธุรกรรมและสถาบันการเงิน ประมาณ 50 ราย เพื่อสอบถามขอทราบรายละเอียดขั้นตอนในการปฎิบัติในการนำเอกสารเข้าติดต่อ ขอให้เพิกถอนคำสั่งระงับการทำธุรกรรมการเงิน คาดว่าในวันที่ 19 พ.ค. จะมีการเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อขอผ่อนผันทำธุรกรรม

ส่วนการ ออกคำสั่งห้ามบุคคลทำธุรกรรมเพิ่มเป็นขุดที่ 2 ทราบว่าขณะนี้ ศอฉ.ได้ออกคำสั่งเพิ่มอีก 37 คน อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า ศอฉ.ได้ส่งเลขที่บัตรประจำตัวประชาชนและเลขที่บัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ของนิติบุคคล ที่ถูกสั่งระงับการทำธุรกรรมการเงิน 13 แห่งไปให้ทุกสถาบันการเงิน เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสอบบุคคล ก่อนทำการระงับบัญชีเงินฝาก เนื่องจากในขั้นตอนการปฏิบัติพบว่ามีบุคคลที่มีชื่อและนามสกุลซ้ำกับบุคคล ตามบัญชีต้องห้ามเป็นจำนวนมาก ยกตัวอย่างชื่อสกุล นายสมชาย ไพบูลย์ ซึ่งมีซ้ำกันถึง 30 คน ทั้งนี้ในการเข้าแสดงตน เพื่อขอเบิกถอนเงิน หรือการร้องขอให้ตัดเงินจากบัญชีเงินฝาก เพื่อจ่ายเป็นค่าบริการระบบสาธารณูปโภค หรือชำระค่างวดผ่อนบ้านและรถยนต์ ของบุคคลที่มีชื่อตามบัญชีของ ศอฉ. นั้น เจ้าหน้าที่สถาบันการเงินจะต้องเดินทางมาพร้อมกับลูกค้า ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา ต้องเดินทางมาด้วยตนเองและแสดงบัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวผู้เสียภาษี ข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพ รายได้ รวมทั้งรายการชำระภาษีเงินได้ย้อนหลัก 3 ปี

ส่วน กรณีนิติบุคคล กรรมการผู้มีอำนาจลงนามต้องเดินทางมาด้วยตนเอง พร้อมแสดงรายการเสียภาษีอากรย้อนหลัง 3 ปี พ.ต.อ.สีหนาถ ประยูรรัตน์ รักษาการเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) กล่าวว่า ตั้งแต่มีคำสั่งศอฉ.49/53 ปปง.ดีเอสไอ ป.ป.ส.และกรมสรรพกร ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการ มีนัยยะของคำสั่งนี้คือห้ามบุคคลและนิติบุคคลทำธุรกรรมห้ามทำธุรกรรมทางการ เงิน และให้สถาบันการเงินรายงานการทำธุรกรรมทางการเงินย้อนหลังของบุคคล 106 ราย ซึ่งทั้งหมดสามารถมาติดต่อที่ ศอฉ.เพื่อยื่นขอเพิกถอนการห้ามทำธุรกรรมทางการเงินได้ ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ประจำไว้อำนวยความสะดวกให้อยู่แล้ว หากใครมีความจำเป็นต้องทำธุรกรรมให้มาได้ ไม่ต้องไปฟ้องศาล คำสั่งนี้ไม่ได้ห้าม 106 คนไม่ให้ทำธุรกรรมทางการเงินเพียงแต่ให้มาขออนุญาติ คำสั่งนี้คงห้ามเฉพาะสถาบันการเงินที่ไม่ให้ทำธุรกรรมให้กับบุคคลที่ถูกออก คำสั่งเท่านั้น ช่วงแรกคงอาจขลุกขลักบ้าง แต่จะอำนวยความสะดวกให้ดีที่สุด

ข้อมูลโดย ไทยรัฐออนไลน์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: