5 อาวุธร้ายแรงยอดฮิตของการชุมนุมปี 53…!!!

http://www.thairath.co.th/content/life/83985

แม้เรื่องราวต่างๆ จะดูว่าเสมือนจบยกแรกไปแล้ว แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ หลายเดือนที่ผ่านมา ผู้ที่ติดตามข่าวสารการเมืองมานาน แต่กลับไม่ค่อยมีใครเคยเห็นโฉมหน้าของอุปกรณ์ในการรบต่างๆ ที่สื่อต่างๆ กล่าวขานกันมากมาย ไทยรัฐ ออนไลน์เลยรวบรวม 5 อาวุธยอดฮิตแห่งเทศกาลขอคืนพื้นที่มาให้รู้จักกัน

 

ปืนไรเฟิล

ปืนซุ่มยิงระยะไกลเป็นหนึ่งในอาวุธที่มีบทบาทในการปัฎิบัติการรบทาง ยุทธวิธีและต่อเป้าหมายที่มีความสำคัญและส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของ ฝ่ายตรงกันข้าม มันคืออาวุธที่ถูกออกแบบเพื่อการยิงในระยะไกลด้วยกระสุนความเร็วสูงจากการยิงของสไนเปอร์หรือพลซุ่มยิงอีกด้วย

 

M 79

ช่วงนี้ใครๆ ก็หลอนกับ M 79 เพราะคุ้นหูกันสุดๆ ในช่วง2 เดือนที่ผ่านมา เพราะหลายชีวิตที่ถูกอาวุธชนิดนี้ตัดสินชะตากรรมเป็นที่เรียบร้อย อาวุธชนิดนี้เรียกว่าปืนยิงระเบิด M79 เป็นอาวุธสงครามที่เคยใช้ในการทำสงครามเวียดนามมาก่อน เเล้วถูกพัฒนามาจากสงครามเวียดนามด้วย ผู้ออกแบบ Springfield Armory โรงงานผลิต Colt สัญชาติอเมริกา ที่มีจำนวนการผลิต มากกว่า 350,000 เเล้ว (เฉพาะกองทัพอเมริกา) และได้รับความนิยมในหมู่ทหารเเละกองทัพต่างๆ ซึ่งไว้ใช้สนับสนุนกับยานพาหนะพวกรถถังโดยเฉพาะ คุณสมบัติมีน้ำหนักที่คล่องตัวดีไม่หนักเกินไป ระยะหวังผลอยู่ที่ 150 เมตร สามารถยิงไกลสุดได้ 350 เมตร บรรจุกระสุน 1 นัด


แก๊สน้ำตา

แก๊สน้ำตา หรือ ชื่อทางเคมีว่า Lachrymatory agent, Lachrymator เรียกง่ายๆ ดีกว่าว่า “Tear Gas” เป็นอาวุธเพื่อการสลายการชุมนุมขั้นต้น แต่จะบอกว่าเป็นอาวุธอานุภาพเบาๆ ใสๆ ก็คงไม่ใช่ เพราะเมื่อถูกหรือสัมผัสกับควันแก๊สชนิดนี้จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุตา และแก้วตาดำ ทำให้มีน้ำตาไหลออกมาก เยื่อบุตาจะแดงบวม ทำให้ตามองไม่เห็น หายใจลำบาก แต่อาการเหล่านี้สามารถบรรเทาหายไปได้ภายใน 1 ชั่วโมง ถ้าสัมผัสแก๊สน้ำตานานเกิน 1 ชั่วโมง หรือได้รับปริมาณมากๆ ในพื้นที่อับอากาศ อาจส่งผลกระทบร้ายแรงได้ เช่น ตาบอด ต้อหิน ระบบหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตเนื่องจากสารเคมีจะไหม้ลำคอและปอดอาวุธชนิดนี้จึงถือเป็นอาวุธที่ใช้ก่อกวนในการจลาจลมากกว่าจะมุ่งให้บาดเจ็บถึงตาย ซึ่งการใช้งานนั้นจะมีทั้งยิงจากเครื่องยิงแก๊สน้ำตา และใช้ระเบิดขว้าง

 

ระเบิดเคโม (หรือระเบิดเคลย์มอร์)

ถูกคิดค้นโดยชาวอเมริกันเรียกระเบิดแบบนี้ว่า “M-18A1” ซึ่งได้เอาเข้ามาใช้ครั้งแรกสมัยสงครามเวียดนามที่อเมริการบกับคอมมิวนิสต์ M-18A1 นี้จะเป็นกับดักระเบิดสังหารบุคคลที่ด้านใน บรรจุเม็ดลูกเหล็ก จำนวนมาก เวลาใช้งานก็ต้องเอาง่ามสองขาปักไปบนดิน และพรางตาด้วยเศษไม้ใบ ที่สำคัญต้องหันด้านให้ถูกด้วยไม่เช่นนั้นคนใช้อาจถูกระเบิดชนิดนี้เอง โดยสังเกตที่คำเตือนว่า “Front Toward Enemy”

 

จรวด RPG    (หรือระเบิด RPG หรือ กระสุนหัวปลี)

ผลิตขึ้นครั้งแรกที่โซเวียตเรียกว่าจรวด RPG-7 เป็นจรวดที่ได้รับการพัฒนาให้ใช้งานในปี ค.ศ. 1962 เป็นต้นมา แต่มีรุ่นที่ผลิตในจีนเรียกว่า ROCKET TYPE 69 มีลักษณะคล้ายกับเครื่องยิงจรวด RPG-2 แต่ขนาดจรวดโตขึ้นเป็น 85 มม. จากเดิม 82 มม. และตัวเครื่องยิงมีขนาดสั้นกว่า เครื่องเล็งเป็นระบบองค์ทัศนะ สามารถทำการเล็งได้ทั้งกลางวันและกลางคืน หางนำทิศเปลี่ยนใหม่เป็นแบบใบมีดขนาดใหญ่ และจะกางออกทันทีที่ลูกจรวดถูกยิงพ้นลำกล้อง ตอนท้ายสุดของลูกจรวดจะทำหางนำทิศขนาดเล็กไว้เพื่อให้ลูกจรวดหมุนตัวเล็กน้อยขณะแหวกอากาศสู่เป้าหมาย ซึ่งทำให้จรวดมีการทรงตัวดีขึ้น นอกจากนั้นลูกจรวดยังมี ROCKET MORTOR เพื่อช่วยขับเคลื่อนโดยเมื่อยิงลูกจรวดพ้นปากลำกล้องออกไปประมาณ 10 เมตร ROCKET MORTOR จะจุดตัว ทำให้มีระยะยิงเพิ่มขึ้นเป็น 500 เมตร ก่อนทำการยิง RPG-7 จะต้องทำการประกอบชุดดินขับจรวดโดยการขันเกลียวยึดเข้ากับตัวจรวดเสียก่อน

 

 

 

ทั้งนี้ RPG ทั้ง 2 ประเภทนั้นก็จะมีใช้กัยอยู่ทั่วในกองทัพต่างๆ ได้แก่ RPG-2 ปัจจุบันประเทศจีนเลิกผลิตแล้ว แต่ยังมีใช้งานในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียกลาง, ระเบิด RPG-7 ยังประจำการในกลุ่มประเทศกติกาสัญญาวอร์ซอ, อัฟริกา, เอเชียใต้ และกลุ่มประเทศในตะวันออกกลางบางประเทศ เป็นต้น

เรียบเรียงข้อมูลจาก : Wikipedia, เจใดหนุ่ม เว็บพันทิป, http://wetchaputi.exteen.com

ภาพ : http://www.jazzbah.com, http://www.prakard.com และwww.tasboard.piesoft.net

ข้อมูลโดย ไทยรัฐออนไลน์

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: