‘เคอร์ฟิว’ หนุนบริการ ‘แท็กซี่’ รวยเละ…!!!

http://www.thairath.co.th/content/life/84614

ขึ้นชื่อว่าประเทศเราอยู่ในช่วง "เคอร์ฟิว" แล้ว ใครๆ ก็ต่างหวาดกลัว บ่นอุบว่ารายได้ไม่ดี แต่ก็มีอีกอาชีพหนึ่งที่สามารถพลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้ นั่นคือ "รถแท็กซี่" เพราะช่วง 2-3 วันนี้หลายคนอาจจะเห็นว่าทำไมรถแท็กซี่หายากจัง พอโบกมือเรียกกลับส่ายหัว บอกว่าไม่ไปจะรีบไปส่งรถ… เราจะเจนตากับกิจกรรมการโบกเรียก และผิดหวังเช่นนี้เป็นประจำๆ คันแล้วคันเล่า…
นายเขตขัณฑ์ เจ้าของรถแท็กซี่ คันสีแดง ให้เหตุผลกับไทยรัฐ ออนไลน์ ถึงการปฏิเสธผู้โดยสารในวัน "เคอร์ฟิว" ว่า ถ้าไปไกลแล้วกลับมาไม่ทัน มิเตอร์ก็วิ่งไม่กี่ร้อยบาท สู้บอกผู้โดยสารตรงๆ ไปเลยดีกว่าว่าไกลไป ซึ่งเราก็ยื่นข้อเสนอไปว่าขอเหมา
"ถ้าไม่ใช่เคอร์ฟิวปกติแท็กซี่จะเต็มเมืองคือคนบ้านนอก หรือคนตกงานไม่รู้จะทำอะไร ก็ขับแท็กซี่ดีกว่า ทำให้รถแท็กซี่มันเต็มเมืองไหนจะรถไฟฟ้าทั้งบน-ใต้ดินอีก มอเตอร์ไซด์วิน คิวรถตู้ รถประจำทางอีกสารพัดสาย คนก็ไม่อยากนั่งแท็กซี่ เพราะมันแพงยิ่งสถานการณ์บ้านเมืองเป็นแบบนี้ด้วย ดีนะที่มีเคอร์ฟิว ไม่อย่างนั้นหักค่าน้ำมัน ค่าแก๊ส ค่ากินแล้วรายได้ก็ไม่กี่ร้อยบาท แท็กซี่คันอื่นผมไม่รู้นะ ซึ่งเท่าที่รู้ๆ ถ้าเช่ารถแท็กซี่ขับเจอเคอร์ฟิวแบบนี้ก็ตายทั้งนั้น แต่สำหรับผม ผมสามารถพลิกวิกฤติเคอร์ฟิวให้เป็นโอกาสได้"
เจ้าของรถแท็กซี่คันสีแดง ทั่วกรุงเทพฯ กล่าวว่า แม้เวลาการขับรถแท็กซี่ตระเวนเพื่อหารายได้จะน้อยลงกว่าวันปกติ แต่มองให้ดีวันที่บ้านเรามีเคอร์ฟิวถือว่าเป็นนาทีทองของคนที่มีรถแท็กซี่เป็นของตัวเองเลยทีเดียว

"โดยเฉพาะช่วงบ่ายโมงเป็นต้นไปถือว่าเป็นโอกาสทองของคนขับมากๆ นี่พูดสำหรับคนไม่ต้องเช่ารถนะ เพราะว่าส่วนใหญ่คนจะโบกกันมาก เพราะต้องรีบกลับบ้าน เราก็เลยขออนุญาตเลือกสถานที่ที่จะไปว่ามันคุ้มหรือไม่ หรือว่าถ้าใครจะโบกเราให้ไปในสถานที่ที่สุ่มเสี่ยงจะเกิดอันตรายเราก็ไม่ไป หรือถ้าโบกรถไปไกลเราก็จะขอปิดมิเตอร์เหมานะ เช่น แถว ถ.วิภาวดีฯ ไปฝั่งธนฯ เราก็จะขอเขา 500 บาท เพราะเราต้องเผื่อเวลาขับกลับมา เพราะถ้ารถเกิดติด ทำให้เวลามันคาบเกี่ยวกับเคอร์ฟิว ก็บอกเหตุผลให้เข้าใจ ซึ่งเคอร์ฟิววันแรกๆ ที่คนยังทำตัวไม่ถูก ตกใจรถไฟฟ้าทั้งบน-ใต้ดินก็ปิดรายได้ก็ดีมากๆ วันนั้นเปิดมิเตอร์ปกติ และเหมาปิดมิเตอร์ไปหลายเที่ยวก็มีเงินในกระเป๋า ตั้งแต่เช้าจนถึง 19.00 น. ก็มีรายได้ราว 3,000-4,000 บาท"
หนุ่มวัยกลางคน เจ้าของแท็กซี่ สีชมพู ไม่ประสงค์จะออกนาม กล่าวว่า รายได้ดีมาก วันนี้รับไปเกือบสิบคนแล้ว "แต่ส่วนใหญ่ผมจะออกวิ่งรับคนตั้งแต่เช้า เลือกไปเฉพาะระยะกลางๆ ไม่ไกลมาก เอาจำนวนคนดีกว่า แต่บอกเขาว่าขอเหมานะ โดยเฉพาะในพื้นที่อันตราย เช่น ราชประสงค์ นนทบุรี สยาม อะไรแบบนี้ โดย 19.30 น. ก็หยุดวิ่งกลับบ้านรายได้ก็ตกอยู่กว่า 2,000 บาท ซึ่งถือว่าเยอะกว่าวันปกติเลยทีเดียว"
เมื่อถามว่า อยากให้มีเคอร์ฟิวแบบนี้นานๆ ไหม จะได้มีรายได้ดี เขาบอกว่า "ตนไม่ใช่คนซาดิสต์ที่เห็นบ้านเมืองเสียหายได้นานๆ ซึ่งแม้จะมีรายได้ดี แต่ประเทศไทยมีแต่ความแตกแยก ไปไหนมาไหนก็ต้องระวังตัว ยิ่งขับแท็กซี่ที่คนตราหน้าว่าเป็นเสื้อแดง ซึ่งจริงๆ เราไม่ใช่ เรามันคนทำมากินก็อยากให้ประเทศกลับมาสงบ ในหลวงท่านจะได้มีความสุขอีกด้วย"

มาฝั่งของผู้เช่าแท็กซี่ขับกันบ้าง นายวิทย์ จิตร์เพ็ชร อายุ 52 ปี กล่าวว่า รายได้ลดลงมาก เรียกว่าหลายวันที่ติดเคอร์ฟิ ตนมีรายได้ไม่พอกับค่าเช่ารถ ผิดกับคนที่มีรถแท็กซี่ส่วนตัวเขาเสียแค่ค่าแก๊สยังไงก็ได้กำไรอยู่แล้ว ผิดกับเราที่ไม่มีรถเป็นของตัวเองต้องเสียทั้งค่าเช่า ค่าแก๊ส แถมเสียค่ากินอีกด้วย
"ผมไม่เหมือนกับพวกคนที่มีรถที่หารายได้เป็นกอบเป็นกำ อย่างไรก็ดีสิ่งที่อยากจะฝากให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบ้านเมืองก็คือ ตนไม่อยากให้มีสถานการณ์เคอร์ฟิวแบบนี้เลย เพราะสถานบันเทิงไม่เปิด คนก็น้อย รายได้ตอนนี้ยังไม่พอค่าเช่ารถเลย เชื่อหรือเปล่า ตั้งแต่เกิดมาจนอายุ 52 ปีนี้ เคยเจอเหตุการณ์เคอร์ฟิวมา 3 ครั้ง ครั้งแรกคือ 6 ตุลาคม 2519 ครั้งที่ 2 คือเดือนพฤษภา 2535 แล้วครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุด".

ข้อมูลโดย ไทยรัฐออนไลน์

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: