แยกขังแกนนำ ล้อมรั้วซ้ำ รอส่งเรือนจำ

http://www.thairath.co.th/content/pol/84620

ศอฉ.ยันสถานที่คุมตัวแกนนำผู้ชุมนุม ไม่สบายเหมือนภาพ คลิปที่หลุด แยกขังเดี่ยว มาตรฐานเดียวกับ 3 จว.ใต้ แจงควบคุมตัวตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถ้าประกาศยกเลิก จึงจะส่งเข้าเรือนจำ ประกาศล่าแกนนำที่ยังหลบหนีต่อ..
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 22 พ.ค. ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) แถลงชี้แจงกรณีที่มีภาพออกเผยแพร่ว่า การควบคุมแกนนำ นปช.ปล่อยปละละเลยให้แกนนำอยู่อย่างสุขสบายในห้องเดียวกันว่า เมื่อทราบข่าว พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ตนตรวจสอบแก้ไข ซึ่งตนได้ดำเนินการตรวจสอบแก้ไขเสร็จสิ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา จึงได้มอบให้พล.ต.ต.อำนวย มาแถลงข่าวไปแล้ว แต่วันนี้ยังมีภาพข่าวปรากฏทางสื่อมวลชนว่า ภาพความเป็นอยู่เป็นไปอย่างสุขสบาย แม้รูปดังกล่าวจะถ่ายเมื่อวันที่ 20 พ.ค. เพื่อความเข้าใจอันดีจึงนำมาชี้แจงต่อประชาชนอีกครั้งว่า ในปัจจุบันการควบคุมแกนนำได้ดำเนินการควบคุมอย่างถูกต้องตามระเบียบว่าด้วยการควบคุม และตามกฎมายที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงจะนำภาพถ่ายการดำเนินการของเจ้าหน้าที่มานำเสนอต่อสื่อมวลชน
จากนั้น พล.ต.ท.วรพงษ์ ได้มีการเปิดภาพถ่ายอาคารที่ใช้ควบคุมตัวแกนนำ พร้อมกล่าวว่า ภาพถ่ายดังกล่าวเป็นอาคารกองร้อยควบคุม ได้ดัดแปลงเป็นที่ควบคุม มีรั้วลวดหนามล้อมรอบตัวอาคาร ภายในดัดแปลงเป็นห้องควบคุมได้ 10 ห้องลักษณะคล้าย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในการควบคุมจะมีเจ้าหน้าที่ยามยืนควบคุมอยู่หน้าห้องและทางเดินในกรณีที่แกนนำจะไปห้องน้ำจะมีเจ้าหน้าที่พาไป ในส่วนเครื่องมือสื่อสารจะไม่อนุญาตให้ใช้ แต่อาจมีข้อสงสัยจาก ประชาชนว่า ทำไมแกนนำไม่ถูกส่งตัวไปยังเรือนจำ หรือทัณฑสถาน ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผู้ช่วยผู้บัญชาการนครบาล กล่าวว่า ในเรื่องข้อกฎหมายตามที่ปรากฏภาพในสื่อที่ระบุว่า แกนนำได้ไปอยู่บ้านพักรับรองนั้น ขอเรียนว่า เมื่อวันแรกที่ไปถึง สถานที่ควบคุมมีห้องควบคุม 10 ห้อง แต่มีผู้ต้องหาที่นำตัวมาจากราชประสงค์ ศาลาแดง ลุมพินี รวมประมาณ 40 คน ห้องควบคุมจึงไม่เพียงพอ เมื่อไปถึงจึงนำตัวแกนนำไปรวมที่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งในเวลาเดียวกันกรมสอบสวนคดีเศษ (ดีเอสไอ) กองปราบปราม และตนเดินทางติดตามเพื่อไปแจ้งข้อกล่าวหา โดยทางดีเอสไอแจ้งข้อหาก่อการร้าย ทางกองปราบปรามไปแจ้งข้อหาบุกรัฐสภา ส่วนตนไปแจ้งข้อหาเรื่องสถาบัน ซึ่งได้ไปแจ้งในจุดเดียวกัน ประกอบกับเพิ่งเดินทางไปถึงมีญาติไปเยี่ยมภาพจึงออกเป็นเหมือนบ้านพักตาก อากาศ เหมือนได้รับสิทธิพิเศษ ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ จนวันรุ่งขึ้นมีการนำตัวผู้ต้องหา 40 คนมาฟ้องศาล ห้องควบคุมจึงมีการจัดเป็นระบบ และมีเพียงพอ จึงได้นำแกนนำไปยังห้องควบคุมแยกจากกัน ทั้งนี้ ยืนยันว่า เราดำเนินการตามมาตรฐานเหมือนผู้ต้องหาอื่น
ส่วนที่มีการถามว่า ทำไมไม่ควบคุมในห้องขังเหมือนผู้ต้องหาอื่น เพราะขณะนี้เราควบคุมตามอำนาจกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งการควบคุมจับกุมตามหมายจับ ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นการจับกุมบุคคลที่มีพฤติการณ์น่าสงสัยที่จะก่อเหตุร้าย ไม่ใช่ควบคุมผู้ต้องหาในคดีอาญา ซึ่งในมาตรา 12 ของพระราชบัญญัตินี้บัญญัติไว้ชัดเจนว่า เมื่อจับกุมได้แล้ว จะมีอำนาจควบคุมตัวไว้ได้คราวละ 7 วัน หากมีความจำเป็นก็มาขออำนาจศาลควบคุมตัวต่อรวมกันแล้วไม่เกิน 30 วัน ทั้งนี้ กฎหมายยังบัญญัติไว้ด้วยว่า ต้องควบคุมไว้ในสถานที่ที่กำหนด ซึ่งไม่ใช่สถานีตำรวจ ไม่ใช่ที่คุมขัง และไม่ใช่ทัณฑสถาน หรือเรือนจำ ซึ่งแปลว่า จะต้องควบคุมไว้ต่างหาก นอกจากนั้น ยังกำหนดต่อไปว่า จะต้องปฏิบัติต่อบุคคลนั้นในลักษณะเป็นผู้กระทำผิด หรือควบคุมแบบผู้ต้องหาไม่ได้ การควบคุมจึงต้องเบากว่าการควบคุมผู้ต้องหา
พล.ต.ต. อำนวย กล่าวว่า คำถามที่ตามมา คือ เมื่อไรจะเข้าห้องขังนั้น คือ เมื่อหมดอำนาจการควบคุมตาม พ.ร.ก.คือ ครบ 30 วัน หรือถ้าไม่ครบ คือ การยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เราจะนำผู้ต้องหามาควบคุมอย่างผู้ต้องหา คือ การเข้าห้องขัง หรือฝากขังที่ศาล เพื่อนำตัวเข้าเรือนจำ ซึ่งภาพที่ปรากฏ บางคนอาจไม่สบายใจ มีคนโทรมาถามตนว่า เป็นผู้ก่อการร้ายทำไมจึงอยู่สุขสบาย ความจริงเขาไม่ได้อยู่สุขสบาย เช่น ตนไปแจ้งข้อหา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แก่ เจ๋ง ดอกจิก เขาก็ตลกไม่ออก เพราะเขาไม่มีความสุข แววตาทุกคนเป็นกังวล และในขณะนี้ทางค่ายนเรศวรได้มีการแยกผู้ต้องหา ผู้ควบคุมไว้เรียบร้อยแล้ว มีการรายงานแล้ว และรักษาการผบ.ตร.ส่งคนไปตรวจสอบ และทุกอย่างข้าระบบ มีการออกระเบียบ แม้แต่เครื่องมือสื่อสารที่มีการจำกัดการใช้ การเยี่ยมต้องเยี่ยมเป็นเวลา
พล.ต.ต.อำนวย กล่าวด้วยว่า ในส่วนที่จะนำตัวมาฝากขังที่ศาลนั้น สมมุติว่า หากมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน บุคคลเหล่านี้จะถูกนำตัวมาที่ศาล เพื่อมาฝากขังในคดีหลัก คนที่เป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา ฐานร่วมกันก่อการร้าย จะถูกฝากขังต่อศาลครั้งที่ 1,2 และ 3 จากนั้นจะเข้าเรือนจำ ส่วนแกนนำที่ยังหลบหนีอยู่นั้น เราไม่รอให้เขามามอบตัว เช่น อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง คงต้องขอความร่วมมือจากประชาชน เพราะเป็นคนที่อาจก่อเหตุร้ายขึ้นมาได้ และหมายจับยังมีอายุความอยู่ หากพบเห็นที่ใดโปรดแจ้งตำรวจที่ใกล้เคียง เราจะดำเนินการทันที ทั้งนี้ รักษาการ ผบ.ตร.ได้ส่งทีมตรวจค้นทุกจุดที่คาดว่า ไปหลบซ่อนอยู่.

ข้อมูลโดย ไทยรัฐออนไลน์

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: