นานาทัศนะกับคำว่า ‘เคอร์ฟิว’ สไตล์โจ๋ …?

http://www.thairath.co.th/content/life/84595

ช่วงนี้คำที่เราได้ยินบ่อยผ่านสื่อสารมวลชนคงหนีไม่พ้นคำว่า "เคอร์ฟิวๆๆๆ" คำถามก็คือ คุณคิดว่าคนรู้จักคำนี้แค่ไหน โดยเฉพาะเยาวชนอนาคตของชาติไทยแล้ว ไทยรัฐออนไลน์ นอกจากจะสอบถามความหมายของคำฮิตคำนี้แล้ว ในช่วงที่บรรยากาศตึงเครียดแบบนี้ เราถามพวกเขาอีกว่า "ได้-เสีย" อะไร และอยากทำอะไรในวันเคอร์ฟิวมากที่สุด…???
น.ส.ชนัตถ์ สินนอก หรือ โบ้ท อายุ 21 ปี นักศึกษา
กล่าวว่า แรกๆ ก็ไม่ค่อยคุ้นกับคำนี้เหมือนกัน แต่หลังจากที่ติดตามข่าวสารมาระยะหนึ่งก็ทำให้รู้ว่า "เคอร์ฟิว" มันเหมือนเป็นการเตือนภัย แต่บรรยากาศเคอร์ฟิวนอกจากจะสร้างความ หวาดกลัวที่จะออกจากบ้านทั้งๆ ที่ตนอยากได้โทรศัพท์เครื่องใหม่ใจจะขาดแล้ว ก็แทบจะไม่กระทบอะไรเลย
"ถามว่าอยากทำอะไรในช่วงเคอร์ฟิว ส่วนตัวแล้วอยากไปเห็นกับตาว่าไอ้ที่เป็นข่าว ที่ประกาศเคอร์ฟิวเนี่ยมันเป็นยังไง อย่างห้างเซ็นทรัลเวิลด์อะไรแบบนี้ อยากไปพัทยาด้วยปลดปล่อยความเครียดเพราะทะเลคงจะไม่มีคน (หัวเราะ) อยากไปเดินตลาดนัดสวนจตุจักร เพราะไม่มีรองเท้าใส่แล้ว อยากได้เสื้อผ้าใหม่ แต่คิดว่าเดินคนเดียวก็คงจะดีเหมือนกัน ช็อปปิ้งสบายจริงไหมวัยรุ่น"

นายชนาภัย นิ่มสุวรรณ หรือ ต้น นักศึกษาปริญาโท บอกว่า รู้แต่ว่าเคอร์ฟิวมาจากภาษาฝรั่งเศส ที่ว่าแปลว่า "ดับไฟ" เท่านั้น แล้วก็ห้ามออกไปไหน เพื่อที่จะได้สะดวกในการจัดการต่างๆ ทั้งนี้คำนี้มันก็ส่งผลกระทบอยู่บ้างทำให้ตอนนี้ครอบครัวเราต้องหนีมาอยู่ที่นครศรีธรรมราชแล้ว เพราะตนเป็นคนที่ชอบหาอะไรกินตอนดึกๆ ถ้าไม่ได้ออกไปไหนตอนนั้นจะทำให้รู้สึกอึดอัดมาก ซึ่งก็ดีที่ที่นี่ไม่มีเคอร์ฟิว

"สิ่งที่เราอยากจะทำในวันที่มีเคอร์ฟิวก็คืออยากจะขี่มอเตอร์ไซด์กินลมเล่นในกรุงเทพฯกับแฟน คงจะโรแมนติกมากเพราะถนนไม่มีรถสักคัน ไม่มีคน เพราะจะหาช่วงที่กรุงเทพฯไม่มีคนเลยนั้นมันเป็นไปไม่ได้ อันนี้ก็อยากจะลองสักครั้งดูเหมือนกันนะ (หัวเราะ)  แต่ที่สุดแล้วถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากให้มีเคอร์ฟิวเพราะมันแสดงว่าบ้านเมืองเรามีปัญหา"
น.ส.จิรภัทร รัตนศิริพรหม  หรือ ฝ้าย
อายุ 22 ปี บอกอย่างฉะฉานว่า เคอร์ฟิวคือมาตรการที่นำมาใช้ในภาวะที่อยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือการจลาจล สงคราม รัฐเขาไม่ให้ประชาชนออกจากบ้านในตอนกลางคืน หรือหลังพระอาทิตย์ตกดิน เนื่องจากว่าไม่อยากให้เกิดภัยต่างๆ ขึ้นเพราะรัฐจะปราบปรามผู้ก่อการร้าย
"ส่วนตัวไม่ได้รับผลกระทบอะไรอยู่แล้วก็ตอนกลางคืนไม่ไปไหนอยู่แล้วเลยไม่สำคัญเท่าไหร่ แต่ถ้าคนที่ออกกลางคืนก็อาจจะเปลี่ยนแปลงชีวิตไปเพราะต้องอยู่แต่บ้าน ส่วนเรื่องของการทำงาน ก็กลับบ้านหรือหยุดงานกันเร็วขึ้น ก็สำคัญในเรื่องของความปลอดภัยฉะนั้นเคอร์ฟิวก็ไม่ค่อยมีอิทธิพลสำหรับตนเองเท่าไหร่ แต่กับแฟนก็ไม่ได้เจอกันเลย เพราะออกจากบ้านด้วยกันไม่ได้ทั้งคู่ แต่ก็เข้าใจไม่ได้งอนอะไร ก็โทรศัพท์คุยกัน เล่นบีบี (BB) กัน เฟซบุ๊กคุยกันได้ เพียงแต่ว่าเปลืองไฟ กับค่าโทรศัพท์นิดหน่อยเท่านั้นเอง"
ฝ้าย บอกว่า สิ่งที่เธอยากทำในวันที่ประเทศมีเคอร์ฟิวก็คือรวมตัวกับเพื่อนๆ ไปช่วยคนเขาทำความสะอาดราชประสงค์กันดีกว่า (หัวเราะ) เพราะเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความสามัคคีของคนในประเทศอีกด้วย และเป็นสิ่งที่อยากหาอะไรทำสนุกๆ แบบให้มีประโยชน์ เพราะอยู่แต่บ้านมาหลายวันตามสถานการณ์ทางการเมืองมันเซ็ง และน่าเบื่อ

ด้านนายนิติสิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัว กล่าวว่า เคยได้ยินคำนี้จากข่าว และรู้มาว่ารัฐสั่งให้ประชาชนห้ามออกจากบ้าน เกิน 3 ทุ่ม 3 วัน ซึ่งเคอร์ฟิวมันส่งผลกระทบต่อเรามาก คือเราต้องทำที่รัฐบาลสั่ง เพราะถ้าไม่ทำตามที่รัฐบาลสั่ง ออกไปข้างนอกในเวลาที่กำหนดก็อาจจะเป็นอันตรายต่อตนเอง
"ส่วนตัวอยากจะไปโดยร่วมเข้าไปที่ชุมนุมในวันที่ประกาศเคอร์ฟิว ผมอยากไปดูสถานการณ์ว่าเป็นอย่างไร เขาทำอะไรกัน มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายแบบที่รัฐบอกจริงไหมแล้วถามว่าทำไมต้องฆ่าประชาชน"

น.ส.รัตติกาล เดชอุดมสุทธิ์  หรือ ปู

ปัจจุบัน ประกอบธุรกิจครอบครัว บอกว่า การประกาศภาวะฉุกเฉิน รัฐบาลจะเอาจริงดำเนินการโดยใช้ทหารจัดการอย่างจริงจัง โดยการห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากบ้าน ใครออกรัฐก็จะไม่รับผิดชอบชีวิต การประกาศแบบนี้แสดงว่าเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากๆ ซึ่งแน่นอนว่าคงจะมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน มันเหมือนเราถูกกักขังเสรีภาพเลย ที่สำคัญส่งผลกระทบกับธุรกิจครอบครัวด้วย
"ถ้าจะเอาให้หลุดโลกไปเลยเราอยากออกไปเต้น "จั๊มบ๊ะ" หน้าร้านสะดวกซื้อให้สุดเหวี่ยงไปเลย (หัวเราะ) เพื่อเป็นการฉลองร้านนี้ปิด ก็ตั้งแต่เกิดเรื่องเพิ่งจะเคยเห็นว่าร้านมันปิดก็เที่ยวนี้แหละ เอาให้ขำๆ กันไปแก้เครียด อย่างไรก็ดี สิ่งที่เราอยากจะฝากไปถึงฝ่ายการเมือง และกลุ่มผู้ชุมนุมสงบจบเลิกกันสักทีเหอะ จะได้กับมาดำเนินชีวิตเหมือนเดิม"

ด้านพนักงานบัญชีสาว จากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ชยาพร  พุงกระโทก หรือ นาง

กล่าวว่า  แรกๆ ก็ไม่คุ้นหู เลยลองติดตามข่าวสารตามสื่อทำให้รู้ว่าเป็นการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ห้ามออกจากที่พักอาศัยตามระยะเวลาที่รัฐบาลกำหนดไว้ ทั้งนี้ ส่วนที่ว่ามันมีความสำคัญหรือมีอิทธิพลต่อเราอย่างไรนั้นมันก็ย่อมจะมีอิทธิพลอย่างแน่นอน เนื่องจากการจะเดินทางไปมาที่ไหนยากลำบาก
น.ส.ชยาพร ยังกล่าวต่อว่า สิ่งที่อยากจะทำในวันที่รัฐบาลประกาศเคอร์ฟิว คงจะไม่อยากทำอะไรหรอก เพราะว่ามันอันตราย และยังเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของรัฐบาลที่ได้สั่งห้ามไว้  และที่สำคัญเพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองด้วย  อยู่ที่บ้านเฉยๆ ก็สบายดีอยู่แล้วไม่ต้องดิ้นรนออกไปข้างนอกให้เสียเวลา เพราะร้านค้า และสถานที่สำคัญเขาก็ปิดกันทั้งนั้น
น.ส.อาภัสรา  พลซื่อ หรือยุ้ย นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม กล่าวว่า ตนรู้จักคำว่าเคอร์ฟิวพอสมควรในความเข้าใจส่วนตัวแล้วคำนี้ก็หมายถึงมีความรุนแรง น่ากลัว เพราะนานๆ ถึงจะได้ยินที สรุปแล้วก็น่ากลัวสุดยอด โดยคำนี้ค่อนข้างมีอิทธิพลกับตัวเองมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทาง การช็อปปิ้งและในเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่อง
"สิ่งแรกที่นึกเสียดายหลังประกาศเคอร์ฟิวก็คือเสียดายมากที่ไม่ได้ไปเที่ยวช็อปปิ้งกับเพื่อนๆ เหมือนเดิม วันๆ ได้แต่นอนอยู่บ้านจนตอนนี้ผมลีบแบนแล้วน่าเบื่อมาก (หัวเราะ) อยากจะให้บ้านเมืองสงบเร็วๆ เพื่อที่ทุกอย่างจะได้กลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ใช่เดินไปไหนมาไหนก็กลัวว่าจะโดนลูกหลงเหมือนวันนี้"
นายชัยพัฒน์ แกล้วทนงค์ หรือ บอล  อายุ  21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง บอกว่า รู้จักเคอร์ฟิวในระดับหนึ่ง ความหมายที่เข้าใจคือ การประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน หรือกฎอัยการศึก ซึ่งคำนี้มันกระทบชีวิตเรามากๆ ทำให้ไปไหนมาไหนไม่สะดวกมันมีอิทธิพลมากๆ ทำให้ออกไปข้างนอกไม่ได้ มหาวิทยาลัยก็ปิดวัยรุ่นอย่างเราทำอะไรก็ไม่สะดวกเหมือนเดิม
"แต่ในวิกฤติยอมมีโอกาส คือเมื่อไม่ให้ออกนอกบ้านเราก็นอนอยู่บ้านนี่แหละสบายดี (หัวเราะ) แต่ใจจริงก็อยากจะออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ บ้างนะ ซึ่งก็ต้องทำใจเพราะมันออกไปไม่ได้อยู่แล้วเคอร์ฟิวทำให้วัยรุ่นเซ็ง"
น.ส.วรรณษิญา จันทรบุตร
สาวน่ารักที่หลงใหลการท่องราตรี ปัจจุบันเป็นพนักงานออฟฟิศ กล่าวว่า โดยส่วนตัวก็รู้จักคำว่า เคอร์ฟิว โดยเข้าใจว่าช่วงนี้ไม่สามารถออกไปไหนได้ในเวลาที่กำหนด เมื่อเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้น ซึ่งมันก็ทำให้ตนอึดอัดมากๆ เพราะเป็นคนชอบเที่ยวกลางคืน ทำให้ในช่วงวันที่ประกาศเคอร์ฟิวจึงต้องนั่งอยู่ที่บ้านฟังเพลง ดูหนัง เล่นอินเทอร์เน็ต แล้วที่ขาดไม่ได้คือก่อนเวลาเคอร์ฟิวจะไปซุปเปอร์มาร์เก็ตแถวบ้าน ซื้อขนมมาตุนไว้เยอะๆ กลัวดึกๆ จะหิว จะได้ไม่มีปัญหา

น.ส.แก้วขวัญ วัดไก อายุ 22ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง
กล่าวว่า เข้าใจคำว่าเคอร์ฟิวว่าห้ามออกไปนอกเคหะสถาน ตามเวลาที่กำหนดเพื่อความปลอดภัย ทำให้ส่งผลกระทบกับตัวเองมากๆ ชีวิตเหมือนหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่มีอิสระเป็นของตัวเอง
"ถามว่าอยากทำอะไรในวันที่ประกาศเคอร์ฟิว เนื่องจากอากาศร้อน และบรรยากาศเงียบมากๆ ก็อยากจะเปลื้องเสื้อผ้าแล้วเดินไปเดินมานอกจากความสะใจ เรายังบนรำถวายด้วยการเปลื้องผ้าให้ประเทศมีความสงบสุขอีกด้วย"
แล้วคุณละอยากทำอะไรขำๆ ในวันที่บ้านเมืองเรามีบรรยากาศเครียดๆ บ้าง…??????

ข้อมูลโดย ไทยรัฐออนไลน์

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: