“สุเทพ” เผยยังไม่รู้ว่าจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อใด

http://www.prachatai1.info/journal/2010/05/29715

23 พ.ค. 53 – สำนักข่าวไทยว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เปิดเผยก่อนการประชุม ศอฉ.รอบเย็นว่า ที่ประชุม ศอฉ. รอบเช้าเห็นพ้องร่วมกันว่า จะย้ายศูนย์ไปตั้งที่กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงาน เพราะตนและนายกรัฐมนตรี จะกลับไปทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล และเชื่อว่าสถานการณ์อยู่ในลักษณะที่สามารถควบคุมได้ แต่จะถึงขั้นยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือไม่ ต้องประเมินกันอีกหลายครั้ง โดยต้องดูทั้ง กทม.และปริมณฑล รวมถึงในต่างจังหวัดว่า คลี่คลายลงมาในระดับไหน และการเคลื่อนไหวของฝ่ายอื่นเป็นอย่างไร เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความตระหนกตกใจให้ประชาชน

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของเคอร์ฟิว วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม จะมีการประเมินว่าจะพิจารณาอย่างไร รัฐบาลเข้าใจว่าภาคธุรกิจเดือดร้อน แต่ต้องตัดสินเอาความสงบเรียบร้อยเป็นหลัก และเหตุการณ์ยังใหม่อยู่ ซึ่งการประกาศเคอร์ฟิวจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ง่าย และดูแลความปลอดภัยของประชาชนได้ ซึ่งเคอร์ฟิวอาจยกเลิกได้เร็ว แต่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้องพิจารณาก่อน

นายสุเทพ ยังขอร้องกลุ่มที่คิดจะเคลื่อนไหวใต้ดินว่า อย่าได้คิดเช่นนั้น และเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่รับไม่ได้ เพราะทำแล้วเกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองและประชาชนโดยส่วนรวม ส่วนการประเมินสถานการณ์ว่า จะถึงขั้นไว้วางใจได้เมื่อใดนั้น คงตอบลำบาก แต่มีความตั้งใจทุ่มเทสรรพกำลังเพื่อให้บ้านเมืองเป็นปกติสุข และสิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำ คือ เดินทางตามแนวทางปรองดองของนายกรัฐมนตรีอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อปฏิบัติได้ครบแล้วเชื่อว่า น่าจะได้รับความพึงพอใจ และเชื่อว่าระยะเวลาจะช่วยให้เรื่องต่างๆ เย็นลง

เมื่อถามว่า ระยะเวลา 4 เดือนพอเพียงต่อการปรองดองหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงไม่ง่ายเช่นนั้น และขออย่าคาดเดาเรื่องเวลา แต่ยืนยันว่ารัฐบาลรีบทำทันที ส่วนกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ นายกรัฐมนตรีพูดชัดตั้งแต่ก่อนวันที่ 19 พฤษภาคม ว่า เมื่อกระบวนการเจรจาไม่ลงตัว แกนนำเสื้อแดง ไม่รับข้อเสนอของรัฐบาล ก็ไม่จำเป็นต้องพูดอีก ดังนั้น เรื่องการกำหนดวันยุบสภาถือเป็นดุลพินิจของนายกรัฐมนตรี

ส่วนที่มีการจับกุมชาวต่างชาติร่วมขบวนการกับคนเสื้อแดงนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า มีเพียงคนเดียว คือ ชาวกัมพูชา หลบหนีเข้าเมืองมาหลายปีแล้ว และเมื่อปี 2550 ได้ทำหนังสือเดินทางเข้ามาเพื่อทำงาน ซึ่งได้มาเคลื่อนไหวและอยู่ร่วมในช่วงที่มีการเผาธนาคารและร้านค้า ก็ต้องดำเนินคดีไปตามหลักฐาน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากที่มีประกาศว่าจะปิด ศอฉ. ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ บรรดาเจ้าหน้าที่ก็ได้ทยอยเก็บข้าวของ เพื่อเตรียมย้ายไปกองทัพบก และในช่วงเย็น จะมีออกร้านอาหาร ขอบคุณเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนที่มาทำงานร่วมกันด้วย.

ข้อมูลโดย ประชาไท

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: