อาวุธของคนเสื้อแดง ในสถานการณ์การปราบปรามของเผด็จการอำมาตย์

อาวุธของคนเสื้อแดง ในสถานการณ์การปราบปรามของเผด็จการอำมาตย์

การไม่ยอมรับอำนาจอันไม่ชอบธรรมของรัฐโดยผู้ถูกกดขี่ เริ่มได้ตั้งแต่การซุบซิบนินทาชนชั้นผู้ปกครอง ไม่พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ราชการ ไม่ยอมให้ความร่วมมือในการเก็บภาษีของรัฐ การเฉื่อยงานการหยุดงาน ไม่ยอมฟังสื่อของรัฐ ไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมาย และอื่นๆ

โดย แนวร่วมคนเสื้อแดง
24 พฤษภาคม 2553
การปราบปรามเข่นฆ่า คนเสื้อแดง หาได้ทำให้การต่อสู้ของคนเสื้อแดงยุติลงแต่อย่างใด
การชุมนุมใหญ่อาจยุติลง แต่ไม่ได้หมายความว่า การต่อสู้ของคนเสื้อแดงสิ้นสุดลงด้วย
รูปแบบการต่อสู้ของผู้ถูกกดขี่ ย่อมปรับพลิกแพลงตามสถานการณ์ที่เป็นจริง อาวุธของผู้ยากไร้ ย่อมไม่ได้หมดหายไปด้วย
แน่นอนว่า อาวุธของคนเสื้อแดง คงมิใช่การใช้ความรุนแรง ไม่ใช่การเผา ไม่ใช่การลอบสังหาร ไม่ใช่การระเบิด ฯลฯ
แต่การต่อต้านแนวทางสันติวิธี ในชีวิตประจำวัน การร่วมมือร่วมใจให้เป็นพลัง ควรจะเป็นอย่างไร ที่สะท้อน ความสามัคคีของคนเสื้อแดง ที่ยังคงยืนหยัดการต่อสู้อย่างไม่ยอมแพ้ยอมจำนนเพื่อความเป็นธรรม เพื่อความเสมอภาค เพื่อประชาธิปไตยและเพื่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ภายใต้สถานการณ์นโยบายปราบปราม รุนแรงจากรัฐบาลอภิสิทธิ์ หุ่นเชิดระบอบอำมาตย์
นักคิดบางคนเคยบอกว่า การไม่ยอมรับอำนาจอันไม่ชอบธรรมของรัฐโดยผู้ถูกกดขี่ เริ่มได้ตั้งแต่การซุบซิบนินทาชนชั้นผู้ปกครอง ไม่พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ราชการ ไม่ยอมให้ความร่วมมือในการเก็บภาษีของรัฐ การเฉื่อยงานการหยุดงาน ไม่ยอมฟังสื่อของรัฐ ไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมาย และอื่นๆ
สำหรับสถานการณ์ภายใต้วิกฤตการเมืองและนโยบายปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนในการชุมนุมเพื่อประชาธิปไตยของคนเสื้อแดง จนทำให้สูญเสียชีวิต จำนวน 85 ศพ และบาดเจ็บกว่าสองพันคน

“ ฆาตรกร ยังลอยนวล คนสั่งฆ่า ยังไม่ถูกลงโทษ “
มิหนาซ้ำรัฐยังได้ประกาศเคอร์ฟิวทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด และยังประณามคนเสื้อแดง เป็นผู้ก่อการร้าย ผ่านสื่อของรัฐและสื่อรับใช้อำนาจรัฐอย่างต่อเนื่อง
และมีองค์กรสิทธิมนุษยชนบางคน เอ็นจีโอบางองค์กร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และอื่น ร่วมสนับสนุน เป็นอาชญกรร่วมสังฆกรรมการสังหารหมู่โดยรัฐในครั้งนี้ด้วยอย่างมิอาจปฏิเสธได้
ภาวะเช่นนี้ การต่อสู้ของคนเสื้อแดง คงมิอาจเดินแนวทางตาต่อตาฟันต่อฟันสู้กับอำนาจรัฐได้เป็นแน่
มวลมหาประชาชนคนเสื้อแดง ควรเคลื่อนไหวกันอย่างไรดี ?
ที่แน่นอน คือ ต้องปฏิเสธไม่เข้าร่วมปฏิรูปประเทศไทยกับเหล่าอำมาตย์ทั้งหลาย แต่ร่วมหาแนวทางข้อเสนอต่อสังคมไทยเรื่องปฏิรูปประเทศไทยในหมู่คนเสื้อแดงด้วยตนเอง
ซึ่งแน่นอนว่า นอกจากต้องสรุปบทเรียนการต่อสู้ที่ผ่านมา นอกจากมวลชนต้องห้อมล้อมแกนนำระดับพื้นที่เป็นหูเป็นตาให้หน่วยล่าสังหารที่อาจจะมีขึ้นเหมือนเช่นหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 แล้ว ยังมีข้อถกเถียงในหลายเรื่องเพื่อวางยุทธศาสตร์ในการต่อสู้ทั้งระยะสั้นระยะยาว เช่น มีการพูดถึงยุทธวิธีแบบที่เรียกว่า โมเดลสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือการปรองดองในชาติที่อยู่ภายใต้ความยุติธรรม
อย่างไรก็ตาม การต่อสู้ในระยะนี้ ผู้เขียนมีข้อเสนอ รูปธรรมเพื่อเป็นข้อถกเถียงและหาแนวทางปฏิบัติการณ์
1. การจัดงานทำบุญครบรอบหนึ่งเดือน หรือร้อยวันวันการสูญเสีย ”วีรชนไพร่” เพื่อตอกย้ำสำนึกรำลึกเคารพจิตใจกล้าสู้กล้าเสียสละ และ “นักรบประชาชนเสธแดง” ทหารประชาชนที่ปกป้องประชาชนไม่ใช่หันกระบอกปืนใส่ประชาชน และเนื่องเพราะคนเสื้อแดงต้องสร้างประวัติศาสตร์คนเสื้อแดงเอง ไพร่ต้องมีประวัติศาสตร์มีวีรชนของไพร่ เฉกเช่นวันสำคัญต่างๆของเหล่าอำมาตย์ทั้งหลาย
2.ลูกหลานคนเสื้อแดง ต้องหนีการเกณฑ์ทหาร หรือถ้าติดทหารเกณฑ์ หาช่องทางหนี เพราะลูกหลานไพร่เมื่อเป็นทหารถูกเหล่าอำมาตย์สั่งฆ่าประชาชนไพร่ที่เป็นพ่อแม่พี่น้องไพร่ของตนเอง มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้านักในโลกใบนี้
3. คนเสื้อแดงที่เป็นพ่อค้าแม่ขาย ปฏิเสธการขายของให้ทหาร และเหล่าอำมาตย์
4. คนเสื้อแดง ปฏิเสธการทำธุรกรรมการเงินกับธนาคารต่างๆที่เป็นฝ่ายอำมาตย์
5. คนเสื้อแดง ปฏิเสธเข้าร่วมกิจกรรมของทางราชการ
และคงอีกหลายเรื่องราวที่คนเสื้อแดงร่วมกันคิด พลิกเพลงให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่
เพราะ “คนเสื้อแดง เป็นนักสู้ผู้ไม่ยอมแพ้”

ข้อมูลโดย ไทยอีนิวส์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: