นายกฯปัดพัลวันประเคนงบเอาใจกองทัพ

http://www.thairath.co.th/content/pol/85461

นายกฯ ปัดพัลวัน ประเคนงบเอาใจกองทัพ ด้าน วินัย ติง  มาร์ค อย่าทำตัวเป็นอาจารย์กู้ ชี้ ทำลายวินัยการเงินการคลัง…
นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ได้ชี้แจงข้อท้วงติงของ นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยว่า รัฐบาลไม่เคยกล่าวหาผู้ชุมนุมที่ปราศจากอาวุธว่าเป็นผู้ก่อการร้าย แต่ต้องยอมรับว่าการชุมนุม 2 เดือนที่ผ่านมา มีคนใช้อาวุธ ซึ่งรัฐต้องดำเนินการแยกแยะคน 2 กลุ่มนี้ออกจากกัน และอย่าเป็นห่วงรัฐบาลไม่ได้ชักช้าในการที่จะเร่งรัดเยียวยาผู้เดือดร้อนจาก การชุมนุม เพราะ ครม.ได้มีการอนุมัติหลักการช่วยเหลือไปแล้ว ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการ ร้านค้า ที่ถูกวางเพลิง พนักงาน ลูกจ้างที่ตกงาน กลุ่มผู้ค้ารายย่อย เราเดินหน้าเต็มที่ ส่วนการประกาศเคอร์ฟิว ก็ได้มีการลดเวลาลงตามลำดับ ตนเข้าใจหัวอกผู้ที่ทำงานตอนกลางคืน แต่ก็ต้องเข้าใจหัวอกคนจำนวนมากที่ยังเกรงกลัวความปลอดภัย
ที่ บอกว่ารัฐบาลบริหารล้มเหลวจากตัวเลข ที่องค์กรด้านเศรษฐกิจยืนยันออกมาน่าจะพิสูจน์ได้แล้วว่าจากที่คาดการณ์ว่า จะติดลบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกร้อยละ 7.1 กลายมาเป็นขยายตัวร้อยละ 12 เป็นสิ่งบ่งบอกว่าการกู้เงินมากระตุ้นเศรษฐกิจ พิสูจน์ว่าได้ผล ขณะที่สถานการณ์หนี้สาธารณะประเทศอื่นสูงมาก แต่ไทยไม่ได้อยู่ในภาวะนั้นเลย ส่วนข้อสงสัยว่ามีการจัดงบให้กับกระทรวงกลาโหมสูงมาก อย่าดูที่ตัวเลขต้องดูที่การเติบโต กระทรวงกลาโหมได้รับงบเพิ่มแค่ร้อยละ 10.6 แต่กระทรวงการท่องเที่ยวฯได้ร้อยละ 42 กระทรวงพาณิชย์ร้อยละ 16.9 ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้ร้อยละ 20.5
ด้าน พ.อ.วินัย สมพงษ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายแสดงความเป็นห่วงในการก่อหนี้สาธารณะของรัฐบาลว่า จากที่ดูรายละเอียดในร่างงบประมาณเป็นห่วงว่ารัฐจะก่อหนี้สาธารณะสูงถึง 3.88 ล้านล้านบาท ทำให้หนี้ต่อหัวของเด็กที่เกิดใหม่สูงรายละ 6 หมื่นบาท จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาให้รอบคอบ ก่อนที่จะกู้หนี้ยืมสิน เพราะจะเป็นภาระต่อลูกหลานในอนาคต ค่านิยมการกู้หนี้มากระตุ้นเศรษฐกิจเป็นค่านิยมของชาติตะวันตก ที่เอาแต่กู้ ๆๆแล้วก็กู้ ขณะที่ประเทศตะวันออกถูกสอนให้ขยัน ประหยัด อดทน มัธยัสถ์ จึงกลายเป็นผู้ถูกล่า ซึ่งเป็นข้อห่วงใยที่อยากฝากให้นายกฯได้ตระหนักถึงวินัยการเงิน การคลัง และขอให้พิจารณาแผนงานทางด้านขนส่ง ในระบบโลจิสติกส์ ไม่ว่าจะเป็นโครงการทางรถไฟรางคู่ 4 ราง รถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ถ้ายังไม่แก้จุดตัดรถไฟกับรถยนต์ ซึ่งจากการศึกษาของหลายองค์กรมีรายละเอียดทั้งหมด จำนวน 2,463 จุด ใช้งบประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท ในเวลาแค่ 6 ปี
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ภายใต้นโยบาย 8 ยุทธศาสตร์ของรัฐบาล ตนไม่สามารถรับหลักการแห่งร่าง พ.ร.บ.นี้ได้ เพราะ 1. เชื่อว่ารัฐบาลไม่สามารถจัดเก็บรายได้ตามเป้าที่กำหนด ซึ่งในการประเมินสถานการณ์ของรัฐบาลระบุปัจจัยแปรผันแค่เรื่องน้ำมัน ดอกเบี้ยขาขึ้น ความผันผวนทางเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้บอกถึงวิกฤตในประเทศที่ต้องดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม รวมถึงการใช้งบประมาณกว่า 1 แสนล้านบาท ให้กับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในต่างประเทศ โดยเฉพาะการตอกย้ำของรัฐบาลว่ามีผู้ก่อการร้ายอยู่ในประเทศ แต่ผู้ที่เสียชีวิต 85 ศพ ไม่มีประวัติผู้ก่อการร้ายเลย
2. การจัดสรรงบประมาณให้กับพรรคร่วมรัฐบาลที่แตกต่างกันสิ้นเชิง พรรคที่มี ส.ส. 32 คนเท่ากัน แต่พรรคหนึ่งได้ 3 แสนล้านบาท แต่อีกพรรคหนึ่งได้ 3 หมื่นล้านบาท แตกต่างกันถึง 10 เท่า และจากการติดตามนโยบายของรัฐบาล ก็พบว่าไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างที่รัฐบาลประกาศ เช่นโครงการประกันรายได้เกษตรกร ที่ผลักดันให้เกษตรกรไปตัดไม้ทำลายป่าเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มผลผลิต จะได้เข้าสู่โครงการประกันรายได้ เป็นความผิดพลาดทางความคิดทางนโยบายที่ล้มเหลว จึงเป็นความผิดพลาดทางนโยบายที่รัฐบาลจะนำงบประมาณนี้ไปใช้ประโยชน์ ตนจึงไม่อยากเห็นความย่อยยับของบ้านเมืองภายใต้การบริหารประเทศของนาย อภิสิทธิ์

ข้อมูลโดย ไทยรัฐออนไลน์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: