เปิดมาตรการคุ้มกัน ‘นายกรัฐมนตรี’ ลดปรากฏตัว-ส่องตึกสูง-ส่ง 3 ชุดกัน สไนเปอร์

http://www.thairath.co.th/content/pol/85240

ตกเป็นเป้าเต็มๆ ไม่ว่าจะไปไหน ปรากฏตัวที่ใด ก็ต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้กับ "อภิสิทธิ์" ผู้ซึ่งอยู่ในฐานะผู้นำสูงสุดของประเทศ ยามนี้เรียกได้ว่าถึงจุดสุ่มเสี่ยง ที่สุด…
ตกเป็นเป้าเต็มๆ ไม่ว่าจะไปไหน ปรากฏตัวที่ใด ก็ต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้กับ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี" ผู้ซึ่งอยู่ในฐานะผู้นำฝ่ายบริหารบ้านเมือง เมื่อบ้านเมืองยามนี้เรียกได้ว่าถึงจุดสุ่มเสี่ยงที่สุด หลายกลุ่ม หลายก๊ก หลายเหล่า ตั้งตนเป็นศัตรู สั่งสมความแค้น ทั้งที่มองเห็น และมองไม่เห็น ดังนั้นวันนี้หลายคนจึงโฟกัสไปที่มาตรการรักษาความปลอดภัยของ "ผู้นำสูงสุดของประเทศ"

นายเทพไท เสนพงษ์  โฆษกประจำตัวนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ว่า สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยนายอภิสิทธิ์นั้น ยังคงเดิมด้านชุดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รวมทั้งกฎระเบียบต่างๆ ในการอารักขา เพียงแต่เราจะระมัดระวังมากขึ้น เมื่อนายอภิสิทธิ์ ต้องเดินทางไปไหนมาไหนก็ตาม และพยายามลดการปรากฏตัวโดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงต่างๆ ตามที่ทางเราได้ทำการประเมินไว้ จะพยามปรากฏตัวให้น้อยลง จะมีการตรวจตราอาคารที่เป็นมุมมืด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารที่เป็นตึกสูงต่างๆ เพราะสถานการณ์ยังคงไว้ใจไม่ได้ ส่วนรถประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ยังคงใช้คันเดิมในการปฏิบัติงานต่างๆ
ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัย ที่บ้านพัก ยังคงเข้มงวดเหมือนเดิม มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอยู่ตลอดเวลา ไม่มีการเพิ่มมาตรการอะไรเป็นพิเศษ  ส่วนการประกาศ "เคอร์ฟิว" นั้น ก็เพื่อให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานได้อย่างสะดวก เมื่อมีเหตุการณ์สร้างความปั่นป่วนขึ้นมา เจ้าหน้าที่ก็จะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับการวางกำลังรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ยังจุดต่างๆ นั้น จะไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำการหนาแน่นมากนัก และจะไม่มีการตั้งป้อมปราการ เหมือนตอนที่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายร้ายแรง แต่จะวางกำลังกระจายกันออกไปตามจุดเสี่ยงต่างๆ ตามที่ประเมินไว้ แต่จะลดจำนวนลง โดยให้อยู่จุดละ 5-10 นาย เพื่อความปลอดภัย และความอุ่นใจของพี่น้องประชาชน เมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆ ที่ต้องสงสัยว่าจะก่อให้เกิดความไม่สงบ ก็ให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ ที่ประจำการในพื้นที่ หรือ ที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จะทำงานโดยเอาความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก

เปิดชุดรักษาความปลอดภัย นายกฯ ทั้งที่ทำงาน-บ้านพัก
มาตรการรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี ขณะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ จะมีขบวนรถจำนวนทั้งสิ้น 12 คัน ประกอบไปด้วย รถจักรยานยนต์หน่วยสารวัตรทหาร (สห.ทบ.) 1 คัน รถจักรยานยนต์เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 คัน รถยนต์ตำรวจกองปราบปราม 1 คัน รถยนต์ชุดรักษาความปลอดภัย (รปภ.) จากกองพันสารวัตรทหารที่ 11 รถประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี (เบนซ์กันกระสุน) รถโตโยต้า รุ่นพราโด้ หน่วยรักษาความปลอดภัยจากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร. 21 รอ.) รถโตโยต้า รุ่นพราด้าหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน รถกระบะ 3 คันของเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารบก หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ และรถตู้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล 1 คัน

ส่วนการรักษาความปลอดภัยขณะทำหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ประจำการหน้าตึกนารีสโมสร โดยใช้กล้องส่องทางไกล ส่องไปยังตึกสูงรอบๆ ทำเนียบฯ เพื่อตรวจสอบความผิดปกติ  เนื่องจากเกรงว่าอาจจะมีการซุ่มก่อการร้ายจากตึกอาคารสูงต่างๆ บริเวณนั้น
ส่วน ที่บ้านพักในซอยสวัสดี ถนนสุขุมวิท 31 มีการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน. ทองหล่อ เจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร และ หน่วยอรินทราช รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะที่ ศอฉ.เกรงว่าจะมีคนรายใช้สไนเปอร์ซุ่มยิงนายกฯ โดยมีรายงานว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ.บอกว่า มีความเป็นห่วงว่าจะมีกองกำลังติดอาวุธจะใช้สไนเปอร์มาปฏิบัติการกับบุคคล สำคัญทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ต้องจัดชุดเฝ้าระวังแต่ละพื้นที่เรียบร้รอยแล้ว จัดกองกำลังออกเป็น 3  ชุด คือ 1.ชุดเฝ้าระวัง 2.ชุดติดตาม 3.ชุดส่วนล่วงหน้า โดยมีอาวุธครบมือ …

ข้อมูลโดย ไทยรัฐออนไลน์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: