เปิดใจพ่อแม่เหยื่อในวัดปทุม ปลดหรีด"มาร์ค" ลงจากหน้าศพ!

เปิดใจพ่อแม่เหยื่อในวัดปทุม ปลดหรีด มาร์ค ลงจากหน้าศพ!



เปื้อนเลือด-นักกิจกรรมชาวอินโดนีเซียจัดแสดงละครเหตุการณ์ทหารสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง(AP) และอีกรูปนักกิจกรรมรายหนึ่งได้เล็งปืนปลอมไปยังรูปของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระหว่างจัดการประท้วงต่อต้านเหตุการณ์รัฐบาลไทยสลายการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงอย่างนองเลือด หน้าสถานเอกอัคราชทูตไทยในกรุงจาร์กาต้า ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 25พ.ค.(ภาพ:AP)
ที่มา ข่าวสด
25 พฤษภาคม 2553
เปิดใจพ่อแม่ผู้เสียชีวิต 2 ใน 6 ศพสังเวยคืนโหดในวัดปทุมฯ เป็นหนุ่มสาวอาสาฯ ของ "ป่อเต็กตึ๊ง" ทั้งคู่ ครวญไม่รู้จะถามหาความรับผิดชอบจากใคร เพราะตายแบบจับมือใครดมไม่ได้ เล่าประวัติล้วนเป็นคนมีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือคนอื่น ระหว่างมีการชุมนุมที่ราชประสงค์ ก็ไปคอยช่วยเหลือคนเจ็บป่วยตลอด จนกระทั่งถึงวันสลายม็อบ 19 พ.ค. ติดพันการช่วยเหลือคนเจ็บอยู่ในวัดปทุมฯ จนถูกกระสุนปริศนาสังหารอนาถ เผยญาติของอาสาฯ สาว เก็บพวงหรีด "อภิสิทธิ์" จากงานศพ เผยนักข่าวอิตาลีที่เอาชีวิตมาทิ้งในไทย ญาติจัดการเผาศพในกรุงเทพฯ เพื่อเก็บกระดูกกลับประเทศ

ปลดหรีดมาร์ค – งานศพน.ส.กมนเกด อัคฮาด อาสาสมัครพยาบาล มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่ถูกยิงตายหน้าวัดปทุมวนาราม เมื่อเย็นวันที่ 19 พ.ค. ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดปากบึง ลาดกระบัง โดยนายกฯ ส่งพวงหรีดไปด้วย แต่ญาติไม่ได้เอามาตั้ง

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ศาลาดำ วัดปากบึง แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. สถานที่ตั้งสวดอภิธรรมศพ น.ส.กมนเกด อัคฮาด อายุ 25 ปี อาสาสมัครพยาบาล อีก 1 ใน 6 ผู้เสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนายทับทิม อายุ 53 ปี อาชีพลูกจ้างกรมศุลกากร และนางพะเยาว์ อายุ 45 ปี อาชีพค้าขาย บิดาและมารดาของน.ส.กมนเกด พร้อมทั้งญาติๆ ที่กำลังช่วยกันดูแลงาน
นายทับทิม เปิดเผยว่า น.ส.กมนเกด มีชื่อเล่นว่าน้องเกด แต่คนในครอบครัวและเพื่อนสนิทจะเรียกหมู น้องเกดจบการศึกษาจากโรงเรียนการบริบาล ด้านผู้ช่วยพยาบาล หลังจากนั้นก็มาฝึกงานที่โรงพยาบาลกรุณาพิทักษ์ได้ประมาณ 3 ปีแล้ว ปัจจุบันยังไม่มีอาชีพประจำ แต่ไปช่วยเพื่อนซึ่งประมูลงานที่การไฟฟ้าสามเสน ด้านงานเอกสาร ปกติบุตรสาวจะเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือคนเจ็บอยู่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประจำจุดลาดกระบัง อยู่เป็นประจำ หลังเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่มีการปะทะระหว่างทหารกับกลุ่มผู้ชุมนุม บุตรสาวพร้อมกับเพื่อนๆ จึงเข้าไปเป็นพยาบาลอาสา ช่วยดูแลผู้ชุมนุมที่เจ็บป่วยบริเวณแยกราชประสงค์
พ่อผู้ตายกล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ทราบจากแม่เขาว่าบุตรสาวเข้าไปช่วยดูแลคนเจ็บที่แยกราชประสงค์เหมือนกับทุกวัน จนกระทั่งมีข่าวการปะทะกัน แม่ของน้องเกดก็พยายามติดต่อบุตรสาว แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จนกระทั่งเวลาประมาณ 18.00 น. ภรรยาของตนจึงได้พูดคุยโทรศัพท์กับบุตรสาว ถามว่าจะกลับบ้านได้หรือไม่ บุตรสาวบอกว่าช่วยคนเจ็บอยู่ที่วัดปทุมวนาราม ถ้าเสร็จงานแล้วก็จะกลับบ้าน ภรรยาของตนยังบอกไปว่า รัฐบาลเขาประกาศเคอร์ฟิวแล้ว ให้หลบอยู่ภายในวัด รอจนเช้าแล้วให้รีบกลับบ้าน ระหว่างที่บุตรสาวพูดคุยกับแม่เขาอยู่นั้น ก็บอกว่าแม่แค่นี้ก่อน มีคนเจ็บ จากนั้นวางโทรศัพท์ไป และก็ติดต่อกันไม่ได้อีกเลย จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. จึงมีเพื่อนของเขาโทรศัพท์มาบอกว่า บุตรสาวถูกยิงเสียชีวิตแล้ว
นายทับทิม กล่าวต่อว่า คนเป็นพ่อเป็นแม่ ก็ต้องรู้สึกเสียใจที่ต้องมาสูญเสียลูก ซึ่งก็ไม่ใช่ครอบครัวตนครอบครัวเดียวที่ได้รับความเดือดร้อน ยังมีอีกหลายครอบครัวที่ต้องสูญเสียเช่นเดียวกัน แค่นี้ก็ดีใจแล้วที่ได้ศพบุตรสาวมาบำเพ็ญกุศล เนื่องจากเมื่อทราบข่าวลูกเสียชีวิต ก็ติดต่อกับคนที่อยู่ในวัด ไม่มีใครรู้ศพลูกไปอยู่ตรงไหน แม่เขาก็ร้องไห้เป็นห่วงศพลูก แต่ก็รู้สึกภาคภูมิใจที่บุตรสาวได้เข้าไปช่วยเหลือคนบาดเจ็บ ถึงแม้จะต้องมาเสียชีวิต ซึ่งครอบครัวก็ทำใจยากที่หมูต้องมาจากไป โดยเฉพาะบุตรชายคนเล็ก เวลาเขาไปดูภาพที่ถ่ายเล่นกันไว้ในคอมพิวเตอร์ แล้วได้ยินเสียงพี่สาวของเขา ก็ยังร้องไห้อยู่ตลอดเวลา สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ค่อนข้างสาหัสอยู่เหมือนกันสำหรับการสูญเสียบุตรสาว ซึ่งหมูหรือน้องเกดจะเป็นคนที่ช่วยเหลือครอบครัวมาตลอด เมื่อเรียนจบ ม.3 เขาก็รู้ว่าพ่อแม่ไม่ค่อยมีเงิน จึงไปเรียนกศน.จนจบม.6 แล้วเข้าเรียนโรงเรียนการบริบาล เมื่อก่อนนั้นครอบครัวเราก็จะช่วยกันทำอาหารสำเร็จรูปขายบริเวณปากซอยบ้าน แต่มาหลังๆ ยายของเขา รวมทั้งภรรยาของตนร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง เขาจึงไปหาแผงที่ตลาดคุ้มเกล้า ไว้สำหรับร้อยพวงมาลัยขาย คนในครอบครัวก็จะไปช่วยกันร้อยพวงมาลัย สำหรับตนก็จะสนิทกับน้องเกดค่อนข้างมาก เมื่อตนเลิกงานก็จะไปช่วยเขาร้อยพวงมาลัย
พ่อผู้ตาย กล่าวว่า น้องเกดมีนิสัยร่าเริง ขี้เล่น ชอบช่วยเหลือคน และเป็นเด็กที่ดีมาก เวลาเขาเจอตนก็จะเข้ามาเล่นหัว เหมือนกับตนเป็นเพื่อนเขาคนหนึ่งไม่เหมือนพ่อ สำหรับงานศพก็มีกลุ่มนปช.มาเป็นเจ้าภาพ 2 คืน ตนก็ไม่ได้อะไร ในเมื่อตอนมีชีวิตน้องเกดเขาไปช่วยดูแลคนเจ็บคนป่วย เขาก็คงอยากมาช่วยงานศพ ทั้งที่คนที่มาก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน บางคนมาไหว้ศพ เมื่อเห็นรูปน้องเกด ยังพูดว่าน้องคนนี้เองหรือ เคยเห็นมาเดินแจกยาดมอยู่เป็นประจำ หลังเกิดเหตุก็ยังไม่เห็นมีใครติดต่อมาเรื่องงานศพ มีเพียงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาสัมภาษณ์ แล้วก็กลับไปโดยบอกว่าจะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือภายหลัง สำหรับค่าใช้จ่ายก็ได้จากซองที่คนมาช่วยงาน
ด้านนางพะเยาว์ เปิดเผยว่า หมูหรือน้องเกด เป็นคนชอบช่วยเหลือคนมาตั้งแต่เป็นเด็กแล้ว เมื่อตอนขณะเรียนอยู่ ม.3 ยังหนีโรงเรียนไปอยู่กับเพื่อนๆ เพื่อช่วยเหลือคนเจ็บ หลังจากเรียนจบผู้ช่วยพยาบาล ไปฝึกงานที่โรงพยาบาลกรุณา พิทักษ์ แล้วได้เข้าไปช่วยเหลือคุณหมอและพยาบาลในห้องผ่าตัด ซึ่งเขาชอบมาก เขาไม่อยากไปอยู่ห้องยา เขาอยากช่วยเหลือคนเจ็บป่วย เมื่อเรียนจบมายังเข้าไปอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับอาสาสมัครกู้ภัยป่อเต็กตึ๊งอยู่เป็นประจำ โดยในวันที่ 19 พ.ค. ติดต่อกับเขาไม่ได้ตลอดทั้งวัน ซึ่งผิดปกติ จนกระทั่งเวลา 18.00 น. จึงโทรศัพท์ติดต่อเขาได้ ถามว่าอยู่ตรงไหน เขาก็บอกว่าช่วยเหลือคนเจ็บอยู่ภายในวัดปทุมวนาราม ระหว่างที่พูดคุยกันก็จะมีเสียงดังมาก ทั้งเสียงคนเจ็บและเสียงปืน ตนยังถามไปว่าทำไมเสียงดังจัง เขาบอกว่าตอนนี้มีการยิงกันอยู่ ตนก็บอกไปว่าวันนี้ไม่ต้องกลับบ้าน รัฐบาลเขาประกาศเคอร์ฟิวแล้ว ให้นอนอยู่ที่วัดจนเช้าแล้วค่อยกลับบ้าน ตนก็พูดคุยกับเขาได้แค่นั้น เพราะเขาบอกว่า แม่มีคนเจ็บ แล้วเขาก็วางสายไป
มารดาน้องเกด กล่าวว่า จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. เพื่อนเขาที่อยู่ด้วยกัน ก็โทร.มาบอกกับน้องชายตนว่า หมูเสียชีวิตเพราะถูกยิง ตอนแรกน้องชายก็ยังไม่ยอมบอก แต่สามีของตนบอกว่าอย่างไรก็ต้องบอกแม่เขา น้องชายจึงเดินมาบอก ซึ่งตอนแรกไม่เชื่อ เพราะเห็นว่ามีอาสาพยาบาลอยู่หลายคน ยังถามน้องชายไปว่าผิดคนหรือเปล่า แต่ก็ฉุกคิดได้ว่าลูกเราเขารูปร่างอ้วน น้องชายก็บอกว่าไม่ผิดหรอก หมูถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ตอนนี้ศพอยู่หน้าวัดปทุมฯ จากนั้นก็ติดต่อกับเพื่อนลูกไม่ได้อีกเลย จนกระทั่งเช้าจึงไปหาเบอร์โทรศัพท์วัด แล้วโทร.เข้าไปหาพระ แล้วถามว่าศพลูกสาวอยู่ที่ไหน เราจะเข้าไปรับศพ หลวงพ่อท่านก็บอกว่าศพอยู่ภายในวัด ยังไม่ต้องเข้ามา เนื่องจากยังมีการยิงกันอยู่ ยังอันตรายมาก แล้วอีกอย่างศพยังจะต้องถูกส่งไปผ่าพิสูจน์ที่นิติเวช โดยทางวัดจะดูแลศพให้อย่างดี จากนั้นเพื่อนลูกจึงโทร.มาบอกว่า หลังหมูถูกยิงเพื่อนได้ช่วยกันลากศพเข้ามาภายในวัด โดยไม่ยอมให้ใครเอาศพไปได้ จนวันที่ 21 พ.ค. ตนและสามีจึงไปรับศพมาบำเพ็ญกุศลได้
นางพะเยาว์ กล่าวต่อว่า ปกติหมู หรือน้องเกด เขาไม่ค่อยกลัวอะไร ระหว่างที่เข้าช่วยเหลือคนเจ็บป่วยที่ราชประสงค์ ยังบอกว่าไม่เป็นอันตราย เนื่องจากเขาไปช่วยคนเจ็บ ไม่ได้ไปรบรากับใคร ซึ่งตนยังรู้สึกว่า คนที่มีเครื่องหมายกาชาดอยู่ที่ตัว มีแค่สำลีกับกล่องยา แล้วเขาจะไปทำอะไรใครได้ เขาจะใช้สำลีกับกล่องยาเป็นอาวุธหรือ ทำไมต้องมายิงเขาด้วย ตนอยากฝากว่าขอให้น้องเกดเป็นคนสุดท้าย ที่มีเครื่องหมายกาชาดอยู่ที่ตัวแล้วมาถูกยิงเสียชีวิต และว่า ตนนึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะไปถามหาความรับผิดชอบต่อชีวิตลูกของตนจากใคร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกำหนดการบำเพ็ญกุศลสวดอภิธรรมศพ น.ส.กมนเกด อัคฮาด อายุ 25 ปี วันศุกร์ที่ 21 พ.ค. บิดามารดา พี่ๆ น้องๆ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ วันเสาร์ที่ 22 พ.ค. เพื่อนพ้องน้องพี่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นเจ้าภาพ วันอาทิตย์ที่ 23 พ.ค. และวันจันทร์ ที่ 24 พ.ค. นปช.แดงทั้งแผ่นดินเป็นเจ้าภาพ วันอังคารที่ 25 พ.ค. แฟมิลี่ คอมพิวเตอร์ เป็นเจ้าภาพ และวันพุธ ที่ 26 พ.ค. เวลา 17.00 น. จะเป็นการประชุมเพลิง ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้จัดส่งพวงหรีดมาร่วมแสดงความเสียใจกับผู้ตายด้วย แต่เนื่องจากทางนปช.รับเป็นเจ้าภาพ 2 คืน และจะมีตัวแทนนปช.มาร่วมงานศพด้วย ทางญาติพิจารณาแล้วเห็นว่าถ้ากลุ่มนปช.เห็นพวงหรีดของนายกรัฐมนตรี อาจมีปัญหาเกิดขึ้นได้ จึงให้เก็บพวงหรีดดังกล่าวไปจากงานศพ

เซ่นเลือด – นายหยด เข็มทอง อุ้มรูปนายมงคล เข็มทอง ลูกชายเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เผยเสียใจที่สูญเสียลูก หลังถูกยิงเสียชีวิตภายในวัดปทุมวนาราม ระหว่างช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ เมื่อเย็นวันที่ 19 พ.ค.

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 24 พ.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 3/10 ตรอกวัดปทุมวนาราม แขวงและเขตปทุมวัน พบนายหยด เข็มทอง อายุ 76 ปี พ่อนายมงคล เข็มทอง อายุ 37 ปี 1 ใน 6 ผู้เสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ลูกชายเป็นอาสาสมัครสำรองของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าวันเกิดเหตุ มารู้อีกทีตอนเช้าของอีกวันหนึ่งว่าลูกชายถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม ตนเสียใจ เสียดายลูกชาย ลูกคนสุดท้องไม่น่าจะมาเสียชีวิตไปก่อนใครๆ ในครอบครัวตนเองอายุมากแล้ว น่าจะเสียชีวิตไปก่อนลูกอีก
นายหยด เปิดเผยว่า ชุมชนที่ตนพักอาศัยอยู่ เป็นของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กำลังถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ อยู่ระหว่างรื้อถอน จะพาลูกๆ โยกย้ายไปสร้างบ้านใหม่อยู่ด้วยกันที่คลองหนึ่ง ปทุมธานี แต่ลูกชายก็ไม่ได้ไป
นางสมจิตร สุขประเสริฐ อายุ 51 ปี พี่สาวของนายมงคล กล่าวว่า ก่อนหน้านี้น้องชายเคยเป็นลูกจ้างตามร้านอาหาร และก็เป็นอาสาสมัครสำรองของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำงานเป็นอาสาอย่างเดียว แต่มีกระเป๋ายาสีส้มใบใหญ่ 1 ใบ เรี่ยไร่เงินจากชาวบ้านในชุมชนเพื่อซื้อยาใส่กระเป๋า ออกไปทำงานช่วยเหลือประชาชน โดยจะออกไปแทบทุกวัน ไปอยู่ตามจุดต่างๆ กับเพื่อนๆ หรือถ้าอยู่ที่บ้าน มีเพื่อนๆ เรียกมาว่ามีงานก็จะออกไป วันเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. เวลาประมาณ 10.00 น. มีหมากัดชาวบ้านที่ปากซอย น้องชายก็ได้หยิบกระเป๋ายาออกไปเพื่อให้ความช่วยเหลือ จากนั้นน้องชายก็หายออกไป ทราบว่ากลุ่มเพื่อนๆเรียกให้ไปช่วยเหลือที่จุดหน้าวัดปทุมวนาราม จากนั้นก็ติดต่อน้องชายไม่ได้เพราะแบตเตอรี่โทรศัพท์ของน้องหมด ขณะนั้นมีการแจ้งให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกจากพื้นที่เกิดเหตุ แต่น้องชายทำงานช่วยเหลือผู้บาดเจ็บติดพันอยู่ จึงไม่ได้ออกมาจากวัด สุดท้ายต้องมาเสียชีวิต เพราะการเข้าไปทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ปกติน้องชายเป็นคนที่เฮฮากับเพื่อนฝูง แต่ไม่เกเร ชอบช่วยเหลือผู้อื่น
นางสมจิตร กล่าวต่อว่า ศพน้องชาย ตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดดิสหงษารามหรือมักกะสัน ศาลา 2 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ เขตราชเทวี กทม. ตั้งแต่วันที่ 22-24 พ.ค. และจะเผาศพวันที่ 25 พ.ค. เวลา 17.00 น. ขณะนี้กำลังทำเรื่องขอรับความช่วยเหลือจากสำนักพระราชวัง และมีเจ้าหน้าที่จากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เข้ามาดูแลและให้ความช่วยเหลือเงินจำนวนหนึ่ง เมื่อเช้าวันเดียวกันนี้ และยังมีเพื่อนๆ จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งมาช่วยเหลืออยู่ที่วัด นอกจากนั้น ยังไม่มีหน่วยงานใดๆ ของรัฐเข้ามาดูแลให้ความช่วยเหลือแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานช่วงค่ำวันเดียวกัน ถึงบรรยากาศงานสวดอภิธรรมศพ นายมงคล เข็มทอง ที่ศาลา 2 วัดดิสหงษาราม (วัดมักกะสัน) แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี ซึ่งเป็นงานสวดอภิธรรมศพเป็นวันที่สาม ว่า วันนี้ทางมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเป็นเจ้าภาพ มีนายวิเชียร เตชะไพบูลย์ รองประธานมูลนิธิเป็นประธาน พร้อมด้วยเพื่อนๆ เจ้าหน้าที่มูลนิธิมาร่วมงานประมาณ 100 คน บรรยากาศในงานเป็นไปด้วยความเศร้าสร้อย
ทางด้านนายสมใจ เข็มทอง อายุ 49 ปี พี่ชายของนายมงคล เปิดเผยว่า ครอบครัวตนมีพี่น้องทั้งหมด 6 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 2 คน นายมงคลเป็นน้องชายคนสุดท้อง ชอบทำงานเป็นอาสาสมัครมูลนิธิ เพราะอยากจะช่วยเหลือผู้คน ตอนเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ด้วย แต่ได้สอบถามเพื่อนๆ ของน้องชายที่อยู่ด้วยกัน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุทางมูลนิธิได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ออกจากบริเวณวัดแล้ว แต่น้องชายตนกับเพื่อนๆ ไม่ยอมออกเพราะเห็นว่าในวัดยังมีคนเจ็บจำนวนมากต้องการความช่วยเหลือ จึงได้อยู่ต่อ เมื่อมีผู้ถูกยิง จึงรีบวิ่งออกไปช่วยจนถูกยิงเสียชีวิตตามไปด้วย เรื่องนี้ตนและครอบครัวคงได้แต่ทำใจ ปล่อยให้เป็นไปตามเวรกรรม จะเรียกร้องความรับผิดชอบจากใครได้ จะให้รัฐบาลติดตามหาตัวคนทำผิดก็ไม่รู้จะหาได้หรือไม่ ใครทำกรรมเอาไว้ก็ขอให้ได้รับผลกรรมนั้นเองก็แล้วกัน
เวลา 20.00 น. ที่ศาลา 2 วัดปากบึง ย่านถนนร่มเกล้า เป็นที่ตั้งสวดพระอภิธรรมศพของน้องเกด วันนี้ก็ได้มีกลุ่มแนวร่วมนปช.ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ โดยมีตัวแทนซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ กล่าวว่า ซาบซึ้งกับน้องเกดที่เสียชีวิต ระหว่างเข้าไปให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ชุมนุม โดยไม่เกรงกลัวถึงอันตรายใดๆ ในการสูญเสียครั้งนี้ ก็ได้ปรึกษาทางส.ส.ของพรรคเพื่อไทย เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยความเสียให้กับผู้เสียชีวิต
ส่วนมารดาของผู้เสียชีวิต กล่าวด้วยน้ำตาว่า ยังไม่คิดถึงเรื่องการเรียกร้องค่าเสียหาย เพราะว่าไม่รู้ว่าจะไปเรียกร้องเอากับใคร ซึ่งตอนนี้มัวแต่ยุ่งแต่เรื่องการจัดการศพของลูกสาว และก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่ลูกสาวต้องมาเสียชีวิต ลูกสาวเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเอง ทำไมเหตุการณ์อย่างนี้ต้องมาเกิดกับลูกสาวของตนเอง ศพลูกสาวจะทำการฌาปนกิจในวันพุธที่ 26 พ.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับศพของนายมงคล จะมีพิธีฌาปณกิจในวันที่ 25 พ.ค. เวลา 17.00 น.

รับศพ – พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วยผบ.ตร. นำญาตินายฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพชาวอิตาเลียน มารับศพนายฟาบิโอออกจากโรงพยาบาลตำรวจไปฌาปนกิจที่วัดคลองเตยใน เมื่อ 24 พ.ค. ภายหลังถูกยิงเสียชีวิตขณะยืนทำข่าวอยู่ตรงบังเกอร์ม็อบเสื้อแดงแยกศาลาแดง ใกล้ร.พ.จุฬาฯ

ในส่วนของศพนักข่าวอิตาลีนั้น เมื่อเวลา 11.40 น. ที่สถาบันนิติเวชวิทยา น้องสาวของนายฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพอิสระชาวอิตาเลียนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์การเข้าสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ทหาร เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย เข้ารับศพนายฟาบิโอ เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนา โดยน้องสาวของผู้เสียชีวิตจะนำศพไปฌาปนกิจที่วัดคลองเตยในในวันนี้ และจะนำเถ้ากระดูกกลับประเทศ
พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกตร. กล่าวว่า วันนี้ครอบครัวของนายฟาบิโอได้มารับศพ ซึ่งเป็นศพสุดท้ายภายในจำนวน 17 ศพ ที่ทางสถาบันนิติเวชวิทยาได้รับมาชันสูตร โดยทางครอบครัวได้ฝากขอบคุณรัฐบาลไทย ที่พี่น้องประชาชนชาวไทยและนายกรัฐมนตรีให้ความเห็นอกเห็นใจต่อการเสียชีวิตของนายฟาบิโอ วันนี้จะนำศพไปเผาที่วัดคลองเตยใน และนำกระดูกขึ้นเครื่องบินกลับบ้าน อย่างไรก็ตาม ยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และให้สตช.ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด และรายงานผ่านยังสถานทูตอิตาลีเป็นระยะ
โฆษกตร. กล่าวต่อว่า อย่างที่ตนเคยบอกไปก่อนหน้านี้ หลังจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมแล้ว มีใครสูญหายไป ก็ให้รอเวลาถึงเมื่อวานนี้คือวันอาทิตย์ที่ 23 พ.ค. ช่วงค่ำ และให้ไปแจ้งความในเช้าวันนี้ โดยนำภาพถ่ายล่าสุดและจดจำตำหนิรูปพรรณต่างๆ เพื่อให้กองทะเบียนประวัติอาชญากรทำรายงานตำหนิรูปพรรณ เพื่อส่งต่อไปยังสถาบันนิติเวชตามร.พ.ต่างๆ คาดว่าจะใช้เวลา 10 วัน จึงจะทราบข้อเท็จจริง
ด้านสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทยหรือเอฟซีซีที แจ้งว่า ญาติของนายฟาบิโอ ช่างภาพและผู้ผลิตสารคดีอิสระชาวอิตาลีที่ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างการสลายการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดง เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ทำพิธีฌาปนกิจให้นายฟาบิโอแล้วที่วัดคลองเตยใน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 13.00 น.
เอฟซีซีทีระบุในแถลงการณ์ว่า นางอลิซาเบลลา พี่สาวของนายฟาบิโอ และญาติ บินตรงมาไทยเพื่อรับอัฐิของน้องชาย พร้อมกันนี้ เอฟซีซีทียังแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของช่างภาพชาวอิตาลี ซึ่งเคยเดินทางมาไทยหลายครั้งในช่วง 20 ปีที่ทำอาชีพนี้ รวมทั้งเดินทางไปภาคเหนือติดชายแดนไทย-พม่าด้วย
ด้านนักการเมืองอิตาลียกย่องนายฟาบิโอ วัย 45 ปี ซึ่งมีบ้านในเมืองมิลาน นายเรนาโต ชิฟานี โฆษกสภาผู้แทนราษฎรกล่าวเชิญชวนให้ชาวอิตาลีระลึกถึงความสำคัญในการทำงานของบรรดาช่างภาพและนักข่าวที่บางครั้งต้องเสี่ยงชีวิต ส่วนนายปิเอโร ฟาสซิโน พรรคประชาธิปไตยฝ่ายค้าน กล่าวว่า การเสียชีวิตของนายฟาบิโอเป็นผลจากการทำงานซึ่งสมควรได้รับการยกย่อง

ข้อมูลโดย ไทยอีนิวส์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: