สภายุโรปประณามความรุนแรงในไทย – Violence in Thailand

สภายุโรปประณามความรุนแรงในไทย – Violence in Thailand

เราขอประณามการปราบปรามด้วยความโหดร้ายโดยรัฐบาลไทย แม้จะมีการโฆษณาชวนเชื่อว่ากลุ่มผู้ประท้วงเป็นผู้ก่อการร้าย แต่แท้จริงไม่ใช่ UN ควรเป็นตัวกลาง และเข้าแทรกแซงให้ทันเวลา ความกดดันของEUเป็นเรื่องสำคัญที่จะให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาสู่การเจรจาด้วยสันติ มีการสืบสวนหาข้อเท็จจริง และให้มีการเลือกตั้งให้เร็วกว่ากำหนด

Violence in Thailand was condemned by MEPs on 20 May 2010.

BBC

20 May 2010

In a change to the planned agenda, MEPs held a debate on the current conflict between the so-called "red shirts" and government supporters known as "yellow shirts".

Dutch liberal MEP Marietje Schaake said that a state of emergency should not be used to restrict personal freedoms.

A number of people have been killed in violence between protestors and the police in Bangkok, and a curfew has been established.

Irish socialist MEP Joe Higgins said the Thai government were describing the protestors as "terrorists", when in fact they were "impoverished farmers and the urban working class".

เป็นคลิปข่าวจากสำนักข่าวบีบีซีเมื่อวันที่ 20 พ.ค. เป็นการประชุมสภายุโรป โดยมีสมาชิกสภายุโรปจำนวนมากได้ออกมาแสดงความคิดเห็น (หมายเหตุ-หนึ่งคนหนึ่งย่อหน้า)

ประเทศไทยกำลังผ่านวิกฤติความรุนแรง โดยมีผู้ประท้วงเสื้อแดงเป็นฝ่ายหนึ่ง ในขณะที่อีกฝ่ายได้แก่รัฐบาลและคนเสื้อเหลือง มีคนตายแล้วราว 80 รายและผู้บาดเจ็บเกือบ 2000 คน ประชาธิปไตยตกอยู่ในอันตราย และประเทศต้องตกอยู่ภายใต้ พรก.ฉุกเฉิน ที่ประกาศโดยรัฐบาล ซึ่งพรก.ฉุกเฉินนี้ได้ส่งผลให้มีการเซ็นเซอร์ข่าวสาร แหล่งข่าวสารต่างๆทั้งทีวี วิทยุ อินเตอร์เน็ต ถูกปิดกั้น การหยุดยั้งความรุนแรงเป็นเรื่องสำคัญมาก และเราขอเรียกร้องให้ทุกๆฝ่ายใช้ความพยายามอดทนอดกลั้น อย่างไรก็ตามในการดำเนินการเพื่อความสงบเรียบร้อย พรก.ฉุกเฉินไม่ควรถูกนำมาใช้เพื่อจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานและเสรีภาพส่วนบุคคล ต้องมีการหยุดการเซ็นเซอร์ และเสรีภาพของสื่อมวลชนต้องได้รับกลับคืนมา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญต่อสภายุโรปในความสัมพันธ์ที่มีค่าที่มีต่อประเทศไทย

เราทั้งหมดได้เฝ้าสังเกตการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยจากที่นี่ จากข่าวนับตั้งแต่เมษาฯที่ผ่านมาประเทศไทยได้เข้าสู่ช่วงของความรุนแรงที่ยากลำบาก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบสิบปีที่ผ่านมา สิ่งแรกผมอยากแสดงความเสียใจต่อญาติผู้เสียชีวิตที่ต้องสูญเสียบุคคลที่ตนรักเนื่องจากความรุนแรงบนท้องถนน และสิ่งที่เราเห็นในขณะนี้คือรูปแบบการเผชิญหน้าแบบเดิม ๆ เราเชื่อว่าประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นจากความรุนแรงไม่ได้ และอยากให้รัฐบาลดำเนินการไปตามโรดแม๊ปที่ถูกร่างขึ้นเมื่อวันที่ 3 พ.ค.

การประท้วงของคนเสื้อแดงถูกสลายด้วยการนองเลือด แม้ว่าทางกรรมการยุโรปจะเห็นว่าเรื่องเร่งด่วนคือการหยุดยั้งความรุนแรง และใช้มาตรการเพื่อให้เกิดความสงบแทนที่จะทำให้เรื่องร้ายแรงลงต่อไปอีก แต่สิ่งที่ดิฉันต้องการจะกล่าวคือ ประชาชนทุกคนมีสิทธิตามการเลือกตั้งตามกฏหมาย ซึ่งเป็นสิทธิที่มีกับประชาชนทุกคนในประเทศไทย ซึ่งเราต้องกลับไปที่หลักการ เราขอประณามข้อเท็จจริงที่มีการใช้กระสุนจริงกับผู้ประท้วง จากแหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการ มีเหยื่่อผู้เสียชีวิต 12 ราย ซึ่งรวมไปถึงนักข่าวชาวอิตาลี และผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก นี่เป็นเวลาที่ต้องหยุดสิ่งนี้ได้แล้ว ดิฉันไม่ต้องการสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ขอให้ทางรัฐบาลให้ความสำคัญกับการเจรจาแทนที่จะใช้มาตรการจำกัดสิทธิ์ของบุคคล การจำกัดสิทธิ์ในการแสดงออก ด้วยการใช้พรก.ฉุกเฉิน และต้องการให้รัฐบาลมีการจัดการเลือกตั้ง มิเช่นนั้นอาจจะนำไปสู่ความแตกแยกเพิ่มเติมในทางอีสาน หรือทางชนบท และอาจจะก่อให้เกิดกลุ่มคนต่อต้าน และอาจจะทำให้เกิดผู้ก่อการร้ายขึ้นมาจริงๆที่จะโจมตีสังคม เราต้องกลับมาบนโต๊ะเจรจาในทันที หยุดความรุนแรง ในขณะเดียวกันดำรงเสรีภาพ

ภาพของความรุนแรงและความเสียหายในกรุงเทพฯเป็นสิ่งที่ชัดเจน แม้ว่าความรุนแรงจะสลายไปแล้วในวันนี้ อย่างไรก็ตามความเสี่ยงที่จะมีความรุนแรงก็ยังมีอยู่ ความขัดแย้งระหว่างคนเสื้อแดง และคนเสื้อเหลือง ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ถูกสนับสนุนโดยกองทัพ ได้ทำให้คนตายไปแล้วกว่า 70 คน และบาดเจ็บ 2000 คน การแก้ปัญหาใดๆนี้จะต้องคำนึงถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สภาพความเป็นอยู่ของประชาชนยากไร้ พวกเขามีสภาพความเป็นอยู่ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ยังมีปัญหาคอร์รัปชั่นในหมู่นักการเมือง ชนชั้นสูง และข้าราชการ ปัญหาเหล่านี้ต้องถูกนำมาขบคิด ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาต่อไป และขอให้กลุ่มที่ขัดแย้งกันแก้ปัญหาด้วยวิธีทางสันติ

หลายอาทิตย์ที่ผ่านมากลุ่มคนเสื้อแดงได้เรียกร้องประชาธิปไตยในกรุงเทพฯ เราต้องระลึกว่าแม้ว่ารัฐบาลปัจจุบันนี้เกิดขึ้นมา เข้ามาสู่อำนาจนับตั้งแต่ธันวาคม ปี 2008 แต่จริงๆแล้วกลุ่มอำนาจเข้ามาสู่ตำแหน่งผ่านการรัฐประหารตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2006 การเรียกร้องของคนเสื้อแดงเพื่อให้มีการลาออกของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้มีการยุบสภา มีการจัดการเลือกตั้งเร็วขึ้นกว่าเดิมตามกำหนด เมื่อวันที่ 4 พ.ค. นายกฯได้ประกาศโรดแม๊ป เพื่อให้มีการเลือกตั้งเร็วขึ้น แต่เมื่อวานนี้ได้มีการแทรกแซงจากฝั่งกองทัพ ซึ่งทำให้มีประชาชนเสียชีวิตซึ่งรวมถึงนักข่าวชาวอิตาลี … จริงๆแล้วเรากำลังพูดถึงการสืบราชสมบัติ ซึ่งพระมหากษัตริย์ไทยดูเหมือนจะนิ่งเฉยกับเหตุการณ์ เราขอกล่าวว่าประชาชนไม่ควรต้องถูกยิง ญัติติที่ผ่านออกมาก็ไม่ได้กระทั่งประนามความรุนแรง(การยิงประชาชน) ประชาชนไทยมีสิทธิ์ในประชาธิปไตย เรามีเรื่องต่างๆที่จะต้องทำเพื่อให้คนได้ยินเรื่องเหล่านี้

เหตุการณ์ที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี ความขัดแย้งระหว่างผู้สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ คนเสื้อแดง กับรัฐบาลและกองทัพ ทำให้คนตายมากกว่า 60 คน ซึ่งรวมไปถึงคนต่างชาติ ผู้บาดเจ็บกว่า 2000 ผมขอแสดงความเสียใจกับคนไทย แต่ขอให้เป็นเรื่องเคลียร์ที่ว่าประเทศไทยแตกแยกแล้ว ไม่มีสิทธิ์ในการพูด ไม่่มีสิทธิ์ในการชุมนุม เป็นเรื่องยากที่จะแก้ปัญหา ความกดดันของอียูต่อทั้งสองฝ่ายเป็นเรื่องสำคัญที่จะให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาสู่การเจรจาด้วยสันติ

การต่อสู้บนท้องถนน สงครามการเมือง ได้ฆ่าคนและทำให้คนเจ็บมากกว่ามาก และขณะนี้ผู้นำผู้ประท้วงได้ยอมจำนนภายหลังปฏิบัติการทางทหาร อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ชัดเจนว่า ไม่มีสิ่งใดที่ดีกว่าการเจรจาด้วยสันติ มีการสืบสวนหาข้อเท็จจริง และให้มีการเลือกตั้งให้เร็วกว่ากำหนด

เราขอแสดงความเสียใจต่อญาติผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นเหยื่อจากวิกฤติ ซึ่งเกิดขึ้นจากความขัดแย้ง มีการเซ็นเซอร์รายการต่างๆโดยรัฐบาล เราขอประนามการความรุนแรง และต้องการให้มีการสืบสวนตามหลัก ยูเอ็นแท้จริงควรเป็นตัวกลาง และเข้าแทรกแซงให้ทันเวลา

เราขอประณามการปราบปรามด้วยความโหดร้ายโดยรัฐบาลไทย ต่อผู้ประท้วงในกรุงเทพฯ และที่อื่นๆในประเทศไทย แม้ว่าจะมีการโพรพาแกนด้าโดยรัฐบาลว่ากลุ่มผู้ประท้วงเป็นผู้ก่อการร้าย แต่แท้จริงแล้วพวกเขาเป็นเพียงชาวนาที่ยากจน ชนชั้นทำงานในเมืองหลวง ซึ่งมาพร้อมกับครอบครัว ซึ่งมาเรียกร้องเพราะความยากลำบากยากเข็ญที่พวกเขาต้องทน

ดิฉันขอประนามการใช้กระสุนต่อผู้ประท้วงในประเทศไทย มีประชาชน 12 คนตาย และบาดเจ็บนับร้อย และขออ้างอิงจากรายงานระหว่างประเทศ พยาน แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ทหารได้ยิงปืนจริงกับคนที่ไม่มีอาวุธ ซึ่งไม่ได้แสดงภัยใดๆทั้งสิ้นทั้งต่อทหารและคนอื่นๆ ในกลุ่มคนตายได้มีทั้งพยาบาลและเด็ก ทหารไทยต้องหยุดยิง ความรุนแรงที่มีต่อผู้ประท้วงไม่สามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาประชาธิปไตย รัฐบาลต้องรู้ว่าการทำลายผู้ประท้วงอาจจะเคลียร์ท้องถนน ณ เวลานี้ แต่จะไม่แก้ปัญหาที่ได้นำประชาชนมาสู่ท้องถนน และที่สำคัญทำให้มีการสูญเสียชีวิต ดังนั้น ขอให้มีการหยุดยิง (มีเสียงปรบมือ)

หมายเหตุ: ยังมีสมาชิกท่านผู้อภิปรายต่ออีก 3-4 ท่าน และการแปลอาจจะมีความคลาดเคลื่อน ท่านสามารถส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้กับเราได้

ข้อมูลโดย ไทยอีนิวส์

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: