‘สุเทพ’ยันปิดสื่อแดง เป็นภัยความมั่นคง เร่งล่าหัวแกนนำนปช.

http://www.thairath.co.th/content/pol/85672

"สุเทพ" ลั่นปิดสื่อแดงเพราะเป็นภัยต่อความมั่นคง ประกาศล่าหัวนปช. ย้ำชัดเป็นมหันตภัยของบ้านเมือง เตรียมหารือยืดเคอร์ฟิวต่อ หากจำเป็น เผย 31 พ.ค.นี้พร้อมแจงประเด็นยิง 6 ศพที่วัดปทุมฯ ยอมรับเหตุบึมยะลารู้ล่วงหน้า แต่ป้องกันได้ยาก…
เมื่อเวลา 09.00 น. 27 พ.ค. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เอกอัครราชทูตสหรัฐเดินทางเข้าพบวานนี้ว่า เป็นการมาแสดงความตั้งใจว่าสหรัฐหวังจะเห็นการเมืองการปกคอรงในประเทศไทย พัฒนาไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ ดังนั้นเขาพยายามที่จะให้สหรัฐเข้ามาให้การสนับสนุนและช่วยเหลือเกี่ยวกับ โครงการที่จะทำให้ประชาชนมีความเข้าใจและซาบซึ้งในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งตนได้แนะนำไปว่าเขาน่าจะช่วยเหลือผ่านกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ซึ่งหลายกระทรวงมีโครงการที่ดีและเข้าถึงประชาชน เช่น กระทรวงพัฒนาสังคม หรือกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนี้อาจจะให้ความช่วยเหลือตรงไปที่มหาวิทยาลัย หรือวิทยาลัยต่างๆ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ จะได้จัดหลักสูตรอบรมหรือจัดสัมมนา 
นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า ทูตสหรัฐยังชี้แจงกรณีที่ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเดินทางมาประเทศไทย ในช่วงที่มีการชุมนุม และพยายามพบปะพูดคุยกับฝ่ายต่างๆ แต่ไม่สามารถจัดเวลาให้ตรงกับฝ่ายที่รัฐบาลว่างได้ จึงไม่ได้พบกัน แต่การพบกับนายนพดล ปัทมะ หรือนายจาตุรนต์ ฉายแสง นั้น เพราะเขาเห็นว่าเคยเป็นอดีตรัฐมนตรี 
“ทูตสหรัฐพยายามชี้แจงว่า เขาไม่ได้ให้ผู้ช่วยรมต.ต่างประเทศของเขาพบกับแกนนำของคนเสื้อแดง ซึ่งผมได้อธิบายให้เขาฟังว่า ท่านทูตต้องเข้าใจภาพรวมของเหตุการณ์ทั้งหมด กรณีที่เกิดขึ้นนี้เป็นขบวนการ มันเกือบจะเป็นองค์กรที่มีการจัดตั้งอย่างเป็นระบบ มีการวางแผน มีผู้สนับสนุน มีผู้บงการ มีผู้ให้เงิน มีผู้ปฏิบัติ และศูนย์รวมของการสั่งการก็มาจากที่เดียวคือคุณทักษิณ ชินวัตร ดังนั้นเวลาท่านทูตไปดำเนินการอะไรที่มีลักษณะอย่างนี้ มันอาจจะกระทบต่อความรู้สึกของคนไทยบางส่วนบ้าง ก็พยายามบอกให้เขาเข้าใจ” นายสุเทพ กล่าว 
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมาท่านพูดว่า หากรู้ว่าพวกนี้จะทำอะไรแล้วจะหนาว แต่ทำไมรัฐบาลจึงไม่มีการป้องกันหรือเตรียมการที่จะรับมือกับปัญหาเหล่านี้ รองนายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้เป็นจริงอย่างที่ตนเคยบอกแล้วว่าเขาคิดจะทำอะไรกันบ้าง วันนั้นตนก็แจ้งให้ทราบว่าตนมีการข่าว มีข้อมูล ทั้งจากหน่วยข่าวของเราและมิตรประเทศว่าคนเหล่านี้กำลังจะก่อการร้าย จะก่อวินาศกรรม จะวางระเบิด จะยิงระเบิด ซึ่งตอนที่ตนบอกก็มีคนมาหาว่าเวอร์ไปหน่อย พูดจาเกินจริง และในที่สุดก็เกิดขึ้นจริง ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามหามาตรการป้องกันอย่างเต็มที่แล้ว แต่คนเหล่านี้ยังทำได้ เหมือนกับกรณีวันที่ 19 พ.ค. ที่เขาประกาศยุติการชุมนุม แล้วให้คนเสื้อแดงไปเผาบ้านเผาเมือง ซึ่งหลายสถานที่ เราก็ป้องกันไว้ได้ แต่หลายสถานที่ป้องกันไม่ได้ อย่างที่เซ็นทรัลเวิลด์ เราพยายามดับไฟได้ตั้ง 3 รอบ แต่เขาเผาอีกในรอบที่ 4 เราป้องกันไม่ได้ เพราะเขาเอาคนซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าไปดับเพลิงด้วย ทำให้เป็นปัญหา แต่ที่เราป้องกันได้ก็มีหลายแห่ง อย่างเช่น นสพ.บางฉบับ สถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ 
เมื่อถามถึงการที่ศอฉ.ใช้อำนาจพิเศษปิดสื่อ อาจจะกระเทือนไปถึงสื่อหลักอื่นๆ ด้วย ทำไมไม่ใช้กฎหมายปกติจัดการ นายสุเทพ กล่าวว่า ขณะนี้เหตุการณ์ไม่ปกติ และสื่อบางอย่างไม่ใช่สื่อจริง เป็นเพียงเครื่องมือของฝ่ายที่จะสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง รัฐบาลหรือศอฉ.ให้ความเคารพต่อการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนที่แท้จริง จะเห็นว่าไม่เคยไปแทรกแซง แม้จะมีอยู่เป็นประจำที่สื่อวิพากษ์วิจารณ์หรือตำหนิโดยที่ไม่ตรงกับข้อเท็จ จริง แต่นั่นก็เป็นการทำหน้าที่ของสื่อ
“วิทยุชุมชน หรือโทรทัศน์ หรือสิ่งพิมพ์บางอย่าง ซึ่งผมไม่สามารถจะเรียกว่าเป็นสื่อได้ ทำตัวเป็นเครื่องมือในการปลุกปั่น ยุยงให้คนไทยเกลียดชังกัน ให้คนไทยแบ่งฝัก แบ่งฝ่าย แบ่งพรรค แบ่งพวกมาต่อสู้กัน อันนี้เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของบ้านเมือง อย่างนี้เราต้องดำเนินการ และคิดว่าการดำเนินการตามกฎหมายที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้เหมาะสมแล้ว” รองนายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงการประกาศเคอร์ฟิวจะมีการขยายต่อไปอีกหรือ ไม่ เพราะจะครบกำหนดในวันที่ 28 พ.ค.นี้แล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องปรึกษาหารือกับทุกฝ่ายก่อน เพราะที่ผ่านมาความเห็นจะมีเป็น 2 ข้างเสมอ ฝ่ายหนึ่งอยากให้เลิกเคอร์ฟิว แต่ประชาชนบางส่วนเขาก็พอใจเพราะการประกาศเคอร์ฟิวเป็นการห้ามออกนอกเคหสถาน ในช่วงเวลาสั้นๆ ของวันเท่านั้น แต่ยังกระทบกับประชาชนบางกลุ่ม ต้องพิจารณากันต่อไป ซึ่งเราต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการรักษาบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อย กับการที่จะต้องมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน
เมื่อถามว่า กรุงเทพฯเป็นเมืองหลวง การที่ยังคงประกาศเคอร์ฟิวอยู่ ก็จะแสดงให้เห็นถึงความไม่ปลอดภัยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ภาพลักษณ์ของเรามันพังยับเยินตั้งแต่มีการเผาบ้านเผาเมือง เอาปืนมายิงกันในกลางกรุงเทพฯแล้ว ไม่มีเมืองหลวงที่ไหนเจออย่างเราหรอก ที่มีการเผากลางเมืองกลางกรุงเทพฯเลย มีอาวุธสงครามพร้อมทุกชนิดมาต่อสู้กับรัฐบาล อย่างนี้มันเสียอยู่แล้ว แต่ขณะนี้เราพยายามแก้ไข ฟื้นฟูให้มันดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า การประกาศเคอร์ฟิวมีหลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่นและการลงทุน นายสุเทพ กล่าวว่า ประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของประเทศกันทั้งนั้น ซึ่งสามารถแยกแยะได้ ถามตัวเองก็ได้ว่า ถ้าเราจำเป็นต้องใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อให้บ้านเมืองมีความสงบ ประชาชนมีความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน กับการที่จะกังวลเรื่องภาพพจน์ อันไหนจะมีความจำเป็นมากกว่ากันในสถานการณ์อย่างนี้ ตนยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้คิดจะใช้กฎหมายอย่างนี้ไปตลอด แต่ใช้เพราะจำเป็นที่ต้องดูแลบ้านเมืองจริงๆ
เมื่อถามต่อว่า จำเป็นต้องคงต่อไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนหรือไม่ เพราะมีการประกาศจะชุมนุมอีกรอบที่สนามหลวง รองนายกฯ กล่าวว่า เราคงไม่ยอมให้ใครมาสร้างความวุ่นวาย สร้างปัญหาซ้ำเติมบ้านเมืองอีกแล้ว เมื่อถามต่อว่า จะชั่งน้ำหนักอย่างไรระหว่างการประกาศเคอร์ฟิวต่อหรือจะยกเลิก ต้องดูจากอะไร รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องประเมินว่าสถานการณ์ในพื้นที่หรือจังหวัดนั้นๆ สามารถดูแลได้ ควบคุมได้ แม้จะไม่มีการประกาศเคอร์ฟิว อย่างนี้ก็ยกเลิกได้ และต้องดูว่าประกาศเคอร์ฟิวแล้ว มีผลให้คนที่ใช้ชีวิตตามปกติสามารถประกอบสัมมาอาชีพได้ ต้องนำมาชั่งดู แต่อย่าเพิ่งไปคาดการณ์กันว่าควรยกเลิกเขตนั้น หรือยังคงประกาศเคอร์ฟิวเขตนี้ เพราะถึงอย่างไรก็ต้องรอประชุมกันก่อน
ผู้ สื่อข่าวถามถึงเรื่องที่การ์ดนปช.บอกว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่รัฐบาลยกเลิกประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็จะออกมาเคลื่อนไหว จะทำให้รัฐบาลต้องยืดระยะเวลาการประกาศออกไปก่อนหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า การที่จะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินเมื่อไหร่นั้นคงไม่สามารถตอบได้ แต่จะดูแลจนบ้านเมืองสงบเรียบร้อยปลอดภัย
“การ์ดนปช.นี่แหล่ะที่ เป็นมหันตภัยของบ้านเมือง เป็นศัตรูของความสงบสุขของประชาชน หากประชาชนเห็นคนลักษณะนี้อยู่ที่ไหน ก็ขอให้ช่วยแจ้งเบาะแสด้วย พวกผมพยายามติดตามจับกุมมาดำเนินคดีอยู่” นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถาม ว่าในต่างจังหวัดขณะนี้ ยังมีสถานการณ์น่าเป็นห่วงอยู่หรือไม่ เพราะมีข่าวว่าจะมีการลอบเผากันอีก รองนายกฯ กล่าวว่า เราจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างแข็งแรง
รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเริ่มโหมโรงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในเวที การอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 จะเตรียมตัวอย่างไร ว่า ตนนั่งเตรียมอยู่ตลอด โดยไม่ต้องมีทีมงานคอยช่วย ตนก็ทำเอง ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคฝ่ายค้านเตรียมที่จะนำประเด็นการยิงประชาชน 6 ศพในวัดปทุมวนารามไปอภิปรายไม่ไว้วางใจกลางสภา นายสุเทพ กล่าวว่า อดใจรอวันจันทร์ (31 พ.ค.) ผมจะได้ชี้แจง ผมมีเรื่องที่จะชี้แจง
เมื่อ ถามว่า มีการะบุว่าจะนำคลิปต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาเปิดในการอภิปรายด้วย นายสุเทพ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า ชอบคาดการณ์ล่วงหน้า นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีรายงานข่าวระบุว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะเสนอขอปรับครม. นายสุเทพ ในฐานะผู้จัดการรัฐบาลปฏิเสธว่า ยังไม่มี เมื่อถามย้ำว่ามีพรรคร่วมรัฐบาลประสานงานมาหรือยัง นายสุเทพ กล่าวว่า ยังเลย
นอกจากนี้ นายสุเทพ กล่าวถึงเหตุการณ์โจรใต้ลอบใช้ระเบิดรถจักรยานยนต์พ่วง 2 คัน ก่อเหตุความรุนแรงกลางเมืองยะลาเมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา จนมีผู้เสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บ 54 คน ว่า ตนได้ติดตามเหตุการณ์เหมือนกับที่สื่อมวลชนรู้ข่าว เมื่อถามว่า มีรายงานการข่าวข้อมูลในเชิงลึกถึงความมุ่งหมายของคนร้ายบ้างหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องกระบวนการของผู้ก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการต่อไป
เมื่อถาม ว่า การก่อเหตุในช่วงนี้เห็นว่ามีการข่าวเตือนออกมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ยังไม่สามารถป้องกันได้ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้ตอบกันมาหลายหน ไม่ต้องที่ยะลาหรอก แม้แต่ในกรุงเทพมหานครเอง บางทีรู้แต่ก็ระวังไม่ทัน ก็ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ และต้องเพิ่มมาตรการให้เข้มข้นขึ้น เมื่อถามว่า การก่อเหตุดังกล่าว เป็นการมาโหมก่อเหตุเพื่อแสดงศักยภาพในช่วงเทศกาลใดหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า คงไม่ใช่อย่างนั้น

ข้อมูลโดย ไทยรัฐออนไลน์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: