เปิดแผนล่าส่ง "แม้ว" ข้ามแดน

http://www.thairath.co.th/content/pol/85739

ช่วงนี้เป็นช่วงงานเข้าอย่างจังเบ่อเร่อ สำหรับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือที่รู้จักกันดีในนาม “ดีเอสไอ” นับตั้งแต่มีการปฏิบัติการกระชับพื้นที่ของ ศูนอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) มีการกระทำผิดจำนวนมาก และหลายคดีจัดเป็น “คดีพิเศษ”
หลังการสลายตัวของกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ นาน ควันไฟยังไม่ทันจางหาย งานช้างก็หล่นทับอีกภารกิจหนึ่ง คือ การติดตามตัวผู้ “ก่อการร้าย” มาสอบสวนในประเทศ  หลังจากศาลอาญาอนุมัติหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในข้อหาก่อการร้ายตามที่ ดีเอสไอ นี่แหละ ยื่นคำร้องไป จึงต้องมีการวางแผน กำหนดการเป็นอย่างดี

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้าย เปิดเผยว่า การดำเนินการตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาดำเนินการสอบสวนในประเทศไทย นั้นเป็นไปตามกฏหมายและ ต้องคำนึงถึงกฏหมายภายในของประเทศไทยและต่างประเทศ โดยมาตรการที่ ดีเอสไอ กำลังดำเนินการ คือ จะส่งหมายจับแจ้งเวียนไปทั่วราชอาณาจักรให้เจ้าพนักงานที่มีอำนาจในการจับ กุม ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือเจ้าพนักงานตำรวจ เพื่อขอความร่วมมือในการจับกุมผู้กระทำความผิด รวมถึงส่งไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) หากว่ามีการเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย
ส่วนการดำเนินการของต่าง ประเทศต้องคำนึงถึงกฎหมายสนธิสัญญา ระเบียบปฏิบัติของต่างประเทศ จะขอความร่วมมือไปยังประเทศต่างๆ เพื่อขอทราบเบาะแสเป็นการสืบค้นข้อมูลของผู้ต้องหาว่าพำนักอยู่ที่ใด เพื่อจะได้ดำเนินการนำตัวมาดำเนินการในกระบวนการสอบสวนในประเทศ โดยผ่านตำรวจสากลหรือ “อินเตอร์โพล” โดยจะเริ่มดำเนินการทันทีในสัปดาห์หน้า
“ดี เอสไอมีหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับการกระทำผิดฐานก่อการ  ข้อมูล หลักฐานต่างๆ รับมาจากหน่วยงานด้านความมั่นคงมาโดยชอบ  ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด ไม่มีการกลั่นแกล้งกัน เพราะถ้าทำก็จะถูกดำเนินคดีเป็น 2 เท่า” 
ขณะ ที่นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ กล่าวว่า เมื่อพิจารณาจากการที่ดีเอสไอ  ขอหมายจับต่อศาลจะพบว่าเป็นขั้นตอนของการสอบสวน ยังไม่ใช่ขั้นตอนการฟ้องคดี คดีก่อการร้ายจึงต้องรอให้คืบหน้าอีกระดับหนึ่งก่อน ต้องให้อัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง จึงจะขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ เนื่องจากการออกหมายจับครั้งนี้ เป็นการขอหมายเพื่อให้การสอบสวนดำเนินการไปได้ ฉะนั้นเราต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ทั่วไป คือ ต้องรอให้อัยการพิจารณาฟ้องก่อน การออกหมายจับในความผิดฐานก่อการร้ายตามกฎหมายไทย ไม่ได้หมายความว่า ผู้ต้องหากลายเป็นผู้ก่อการร้ายสากล ผู้ก่อการร้ายสากล จะต้องเป็นกลุ่มหรือบุคคลที่เป็นสมาชิกของกลุ่มที่ถูกขึ้นบัญชีนี้เท่านั้น

กฎหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดน
การส่งผู้ร้ายข้ามแดนเป็น ความร่วมมือทางกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรม โดยจัดส่งผู้ที่กระทำความผิดหรือถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดและหลบหนีไปยัง ประเทศอื่นคืนไปยังประเทศที่ความผิดเกิดขึ้น ซึ่งเป็นกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีอาญา และการส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะต้องเป็นการร้องขอโดยผ่านพิธีการทางการทูต
สำหรับ ผู้ที่ถูกส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดน 1. ผู้กระทำความผิดเป็นบุคคลในสัญชาติของประเทศผู้ร้องขอ   2. ผู้กระทำผิดเป็นบุคคลในสัญชาติของประเทศผู้รับคำขอ  และ 3. ผู้กระทำความผิดเป็นบุคคลในสัญชาติของประเทศที่สาม
ส่วนความผิดนั้น จะต้องเป็นความผิดอาญาที่มีโทษประหารชีวิต จำคุก หรือ ทำให้ปราศจากเสรีภาพเป็นระยะเวลาเกินกว่า 1 ปี จะต้องไม่ขาดอายุความ ที่สำคัญต้องไม่ใช่ความผิดทางการเมืองหรือความผิดที่เกี่ยวกับศาสนา
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีสัญญา อนุสัญญา และสนธิสัญญา กรณีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับต่างประเทศ 14 ประเทศ ได้แก่ 1. สหราชอาณาจักร(อังกฤษ) 2. สหรัฐอเมริกา 3. แคนาดา 4. ออสเตรเลีย 5. เบลเยี่ยม       6. จีน 7.อินโดนีเซีย 8. ฟิลิปปินส์ 9. ลาว 10.กัมพูชา 11.มาเลเซีย 12.เกาหลีใต้ 13.บังกลาเทศ และ 14. ฟิจิ
การส่งผู้ร้าย ข้ามแดนเริ่มจาก มีคำร้องขอจากรัฐบาลต่างประเทศโดยพิธีการทางการทูต กระทรวงการต่างประเทศจะส่งคำร้องขอไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้พนักงาน อัยการนำคดีขึ้นสู่ศาล  กระทรวงมหาดไทยจะสั่งให้จับจำเลยหรือจะขอให้ศาลออกหมายจับก็ได้ เมื่อจับจำเลยได้แล้ว ต้องนำตัวขึ้นสู่ศาลโดยเร็วและการไต่สวนไม่จำต้องพิจารณาโดยละเอียดว่า หากแต่จะต้องเป็นที่พอใจว่า จำเลยเป็นผู้ถูกร้องขอให้ส่งตัวข้ามแดน  

กรณีตัวอย่างการส่งผู้ร้ายข้ามแดนของประเทศไทย
กรกฎาคม 2539 รัฐบาลไทยได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ประเทศแคนาดา เพื่อนำตัวนายราเกซ ศักดิ์เสนา เป็นผู้ร้ายข้ามแดน กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย แต่นายราเกซได้ให้ทนายความยื่นคัดค้าน โดยอ้างว่าอาจถูกสังหารหรือถูกขังในคุกอย่างโหดร้ายทารุณ แต่ในปี พ.ศ. 2551 ศาลฎีกาแคนาดายกคำร้องคัดค้านของนายราเกซ เป็นผลให้ทางการแคนาดาต้องส่งตัวนายราเกซ  ให้ทางการไทยตามกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน
มีนาคม 2544 ศาลโบว์สตรีท ประเทศอังกฤษ ได้มีคำพิพากษาให้ ส่งตัวปิ่น จักกะพาก อดีตกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทเงินทุนเอกธนกิจ ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์ ความเสียหายมูลค่า 1,766 ล้านบาท เป็นผู้ร้ายข้ามแดน กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย.

ข้อมูลโดย ไทยรัฐออนไลน์

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: